Cultural Map @CHONBURI TH · รายการสารคดี · เส้นทางวัฒนธรรม · พิกัดสถานที่ · คำถามที่พบบ่อย  

รายการสารคดี,
เส้นทางวัฒนธรรม,
พิกัดสถานที่.
ข้อมูลเพิ่มเติม
Find out real Chonburi

เพิ่มเติม ...
Video description here.

เพิ่มเติม ...
เส้นทางวัฒนธรรม
นายกฯแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการพัฒนา สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติชุดใหม่
วธ.จัดกิจกรรมส่งเสริมภาพยนตร์ไทยในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ ครั้งที่ ๖๕
วธ.แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ๔ ตำแหน่ง
กระทรวงวัฒนธรรมเชิญชวนประเทศอาเซียนร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมของไทย
กระทรวงวัฒนธรรมจัดการแสดงวัฒนธรรมนานาชาติทางพุทธศาสนา เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองพุทธชยันตี2,600 ปี การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเสนอรายชื่อเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ และการรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมผู้นำเยาวชน ณ ประเทศญี่ปุ่น
/ พิกัดสถานที่
/ ศิลปะ / วัฒนธรรม / ประวัติศาสตร์ / พักผ่อน
พระครูธรรมสารอภินันท์(หลวงพ่อแดง) เป็นชาวเขมร เมืองพระตะบอง เมื่อบวชแล้ว ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทย และได้จำพรรษาอยู่ที่วัดอ่างศิลาก่อน ภายหลังได้ย้ายเข้ามาจำพรรษาอยู่ที่วัดใหญ่อินทารามนี้นานถึง 53 ปี มรณภาพในปีพุทธศักราช 2490 อายุได 84 ปี เป็นพระเถระที่มีวัตรปฏิบัติเคร่งครัดต่อธรรมวินัยเป็นอย่างดี ไม่สะสมบริขารเกินความจำเป็น เป็นพระเถระผู้ทรงวิทยาคุณในทางสมณะ มีวาจาสิทธิ์เป็นที่เคารพยำเกรงของเหล่าศิษยานุศิย์และประชาชนในถิ่นใกล้ไกลที่รู้กิตติศัพท์ของท่านมีผู้นิยมนำบุตรธิดามาถวายเป็นลูกบุญธรรมมากมาย ปัจจุบันนี้ ชื่อเสียงกิตติศัพท์ของท่าน ยังปรากฎอยู่ในหมู่ศิษย์และประชาชนทั่วไป ที่เคารพนับถืออย่างไม่เสื่อมคลาย เมื่อถึงวันที่ 2 สิงหาคมทุกๆ ปี เป็นวันคล้ายวันมรณภาพของท่านบรรดาศิษยานุศิษย์ ทายกทายิกาวัดใหญ่ฯ ประชาชนผู้ที่เคารพนับถือต่างมาร่วมการบำเพ็ยกุศลถวายอย่างเนืองแน่น ไมเคยขาด จตุปัจจัยที่มีผู้นำมาถวาย ทางวัดใหญ่อินทาราม โดยการนำของท่านเจ้าคุณพระราชพรหมาจารย์ได้จัดตั้งเป็นมูลนิธิไว้ชื่อว่า มูลนิธิหลวงพ่อแดง นำดอกผลมาช่วยเหลือบำรุงการศึกษาพระประยัติธรรมของพระภิกษุสามเณรวัดใหญ่อินทาราม ซึ่งมาจากต่างจังหวัดปีละมิใช่น้อย
ดูพิกัด
ภายในเล่มให้เรื่องราวเกี่ยวกับเกาะสีชัง มี 3 ช่วง ช่วงแรกให้ข้อมูลเกี่ยวกับตำนานแห่งเกาะสีชัง มนต์เสน่ห์ของเกาะสีชัง รวมไปถึงยุคเรืองรองของเกาะสีชัง พร้อมวัฒนธรรมที่เล่าขานซึ่งเป็นตำนานอันยิ่งใหญ่ ธรรมชาติของเกาะสีชัง แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ เส้นทางเข้าสู่เกาะสีชัง พร้อมเปรียบเทียบวันวานถึงวันนี้ของเกาะสีชัง และสุดท้ายมีข้อเสนอแนะว่าท่องเที่ยวแบบไหนจึงได้ชื่อว่าอนุรักษ์ ช่วงที่ 2 เป็นราชการบรรณานุกรมของการรวบรวมข้อมูลหนังสือเล่มนี้ ช่วงสุดท้ายเป็นภาคผนวกที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิศาสตร์และสมุทรศาสตร์ของเกาะสีชัง ประกอบด้วย ที่ตั้งและอาณาเขต ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะทางธรณีวิทยาและธรณีสัณฐาน ลักษณะภูมิอากาศ การปกครอง อาชีพชาวเกาะสีชัง รวมถึงรายชื่อสถานที่ราชการทั้งหมด และรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเกาะสีชังทั้งหมด
ดูพิกัด
ศิลปปินดีเด่น ประจำปี 2550 นายสุรชัย มั่งมี เป็นผ้มีใจรักทางด้านการวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับมีพรสวรรค์ อีกทั้งยังได้คลุกคลีกับการวาดภาพมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นประถมเพราะชึวิตในวัยศึกษาพำนักอยู่ในวัยถึง 8 ปี เนื่องจากบวชเป็นสามเณร 4 ปี และบวชพระอีก 4 ปี ที่วัดสว่างอารมณ์ และที่วัดแห่งนี้มีภาพวาดจิตกรรมฝาผนังที่งดงาม ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่นายสุรชัยได้เป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลา 31 ปีที่ผ่านมา นายสุรชัยได้รังสรรค์งานจิตรกรรมฝาผนังมากกว่า 40 ชิ้นงาน และยังคงจะวาดต่อไป นายสุรชัยได้ฝากข้อคิดสำหรับเยาวชนว่า อยากจะเห็นเยาวชนรุ่นหลังหันมาสนใจและเห้นคุณค่าของงานวาดภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งเป็นงานศิลปะ ควรธำรงไว้ให้อยู่คู่ชาติตลอดไป
ดูพิกัด
พระครูไพศาลสารธรรม(เล่าปี่ ทองสงวน) อดีตเจ้าอาวาสวัดโคกท่าเจริญ เกิดที่ บ้านสามโคก จ. ปทุมธานี เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2433 บิดาชื่อ นายอาน มารดาชื่อ นางรอด นามสกุล ทองสงวน ครั้นเจริญวัยแล้วได้ตอดตามบิดามารดามาอยู่ที่ บ้านท่าตะกูด ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี บิดาได้ส่งไปเรียนหนังสือไทยที่โรงเรียนวัดกลางบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จนกระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ท่านได้อุปสมบทที่วัดโคกเจริญ อ.พานทอง วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2453 เมื่อท่านได้บวชแล้วได้ศึกษาพระธรรมวินัยตามวิสัยสมณะ จนมีความรู้ความสามารถในกิจการสงฆ์และได้เรียนวิชาโหราศาสตร์เวทมนต์คาถาอาคมต่าง ๆ ปีพ.ศ.2480 ได้รับพระราชทานสรณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูไพศาลสารธรรม นอกจากท่านจะปกครองดูแลในกิจการคณะสงฆ์แล้วท่านยัวเป็นหมอดู หมอยาเป็นที่พึ่งของชาวบ้านบริเวณใกล้ไกลที่มีความเดือดร้อน เมื่อท่านชราภาพมาก และยังมีโรคมาเบียดเบียน จนมรณภาพในวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2505 สิริอายุได้ 72 ปี พรรษา 52
ดูพิกัด
หนังสือเล่มนี้ได้บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวัดเขาบางทราย พระอารามหลวงที่สำคัญที่สุดในชลบุรี ความเป็นมาของเขาพระบาทบางทราย พร้อมทั้งจดหมายเหตุที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำริทรงถวายผ้าพระกฐินและการยกฐานวัดเขาบางทรายเป็นพระอารามหลวง นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงเรื่องน้ำศักดิ์สิทธิ์จังหวัดชลบุรี รายการที่ดินวัดเขาบางทราย งานซ่อมพระประธาน พระอุโบสถวัดเขาบางทราย การตักบาตรเทโว วิหาร-บูรพาจารย์ วันสำคัญของวัดเขาบางทรายและวัคถุมงคลของวัดเขาบางทราย ชลบุรี ที่ได้รับความนิยมสูง ภายในเล่มประกอบด้วยภาพโบราณสถานที่สำคัญของวัดเขาบางทราย ภาพผู้สถาปนาวัดเขาบางทรายและภาพเจ้าอาวาสวัดเขาบางทรายชลบุรีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ดูพิกัด
ได้รับการถ่ายทอดความรู้มาจากญาติของตนเอง และได้ศึกษาหาความรู้จากการสอบถามผู้ที่เคยทำมาก่อน จนมีความชำนาญ และเป็นวิทยากรสาธิตให้ความรู้กับนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในอำเภอเกาะจันทร์
ดูพิกัด
เริ่มแรกไปฝึกงานที่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ประมาณ 1 ปี ต่อมาได้รับการสนับสนุนทุนทรัพย์จากบิดามารดานำมาซื้ออุปกรณ์สร้างเรือนเพาะชำกล้วยไม้ ต่อมาเปลี่ยนเป็นไม้ประดับมีการพัฒนาปรับปรุงจนประสบความสำเร็จ และได้แนะนำความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับให้แก่ผู้สนใจและผู้ที่เข้าชมสวนอยู่เป็นประจำ
ดูพิกัด
จากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุที่เคยผ่านพบประเพณีแห่พญายม รวมทั้งผู้สืบเชื้อสายมาจากผู้เคยเป็นผู้ริเริ่มประเพณีแห่พญายมนั้น พบว่า ประเพณีแห่พญายมได้เกิดขึ้นมานานแล้ว สมารถแบ่งเป็น 7 ยุค สำหรับการจัดประเพณีแห่พญายม แรงจูงใจที่ทำให้เกิดประเพณีนี้ขึ้นมานั้น สันนิษฐานว่า ในสมัยนั้นอาณาบริเวณหมู่บ้านบางพระ และบริเวณหมู่บ้านไร่ดินแดงนั้นยังเป็นป่าดงดิบมีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นเต็มไปหมด นอกจากนั้นยังมีสัตว์ร้ายและภัยนานาชนิดชุกชุม ชาวบ้านเจ็บป่วยเป็นไข้ป่ากันเป็นประจำ การรักษาก็เป็นไปตามพื้นบ้าน จงคิดที่จะมุ่งหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ มุ่งที่จะขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้หมดไป เพื่อชาวบ้านจะได้รอดพ้นจากทุกข์การเจ็บไข้ได้ป่วยกัน จึงมีการสร้างหุ่น พญายม ขึ้น จากความเชื่อที่ว่า พญายมนี้เป็นเทพเจ้าที่เป็นผู้ควบคุมดูแลภูติผีปีศาจมารร้ายทั้งปวง การสร้างหุ่นพญายม ก็เพื่อให้จับเก็บสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ ไว้กับตัวพญายมไปปล่อยทะเลเสีย จะได้เป็นการปลดปล่อยสิ่งชี่วร้าย ชาวบ้านก็จะอยู่กันอย่างมีความสุขตลอดไป สำหรับที่ปั้นหุ่นพญายมยังคงอยู่ที่บริเวณท้ายบ้าน (ข้างร้านบางพระซีฟู้ดในปัจจุบัน)
ดูพิกัด
นายสงบ ทองเทศ เกิดเมื่อพ.ศ. 2479 ที่ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ปัจจุบันอายุ 68 ปี เป็นผู้มีความสามารถในการเล่นดนตรีไทยโดยเฉพาะระนาดเอก และฆ้อง ได้ฝึกเล่นดนตรีไทยมาตั้งแต่เยาว์วัยจนถึงปัจจุบันรวมเวลาประมาณ 40 ปี มีความรู้ ความสามารถและความชำนาญในการเล่นดนตรีไทย เป็นอย่างยิ่ง นอกจากฝึกฝนการเล่นดนตรีไทอยู่เป็นประจำแล้ว ได้ถ่ายทอดความรู้การเล่นดนตรีไทยให้กับผู้ที่สนใจ ตลอดจนนักเรียน นิสิต นักศึกษาในสถาบันต่าง ๆอาทิเช่น โรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา โรงเรียนนานาชาติ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี โดยได้รับเชิญให้ฝึกสอนดนตรีไทยชนิดต่าง ๆ ตามแต่ผู้เรียนชอบและสนใจ นักเรียนที่ฝึกซ้อมได้รับเกียรติบัตรรจากการประกวดเล่นดนตรีไทยอยู่เนือง ๆ เคยแสดงวงอังกะลุง เฉพาะพระพักตร์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ โรงละครแห่งชาติกรุงเทพมหานคร เมื่อปีพุทธศักราช 2519 ยังความภาคภูมิใจแก่นายสงบเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยงได้ผลิตผลงานชิ้นสำคัญ ได้แก่ การประพันธ์บทเพลงสำหรับวงดนตรีมหาดุริยางค์ไทย ชื่อเพลง โหมโรงโรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา และเพลง ลอยกระทงเถา ปัจจุบันนายสงบ ทองเทศ ยังคงฝึกฝนเล่นดนตรีไทยอย่างสม่ำเสมอ มุ่งมั่นที่จะสืบทอดและอนุรักษ์การเล่นดนตรีไทยต่อไป โดยต้องการให้อนุชนรุ่นหลังได้เห็นคุณค่าและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี โรงเรียนชลกันยานุกูล จึงเห็นควรยกย่องเชิดชูเกียรติให้นายสงบ ทองเทศ เป็นศิลปินดีเด่นจังหวัดชลบุรี สาขาศิลปะการแสดง(ดนตรีไทย) ประจำปีพ.ศ. 2546
ดูพิกัด
ได้รับการศึกษาจบระดับปริญญาตรีสาขาวิชาเอกพยาบาลศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล และเรียนด้านการนวดและทางด้านกายภาพ และได้ลาออกจากการรับราชการที่โรงพยาบาลศิริราช กลับมาอยู่บ้านเกิดของตัวเองที่เกาะสีชัง โดยก่อตั้งเรือนสุขภาพสีชังเพื่อเป็นศูนย์กลางทางการเรียนรู้ด้านการแพทย์แผนไทย และการใช้สมุนไพรแห่งแรก และแห่งเดียวของอำเภอเกาะสีชัง โดยเปิดให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ และการอบรมให้ความรู้แก่บุคคลที่สนใจรวมทั้งผู้ที่ต้องการเยี่ยมชมการทำงาน การดูแลกิจการร้านเรือนสุขภาพสีชังซึ่งเริ่มเปิดบริการตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 จนได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพ/การบริการทั้งในหมู่คนไทย และชาวต่างชาติ และได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐจัดการอบรมให้ผู้บริการนวด และเปิดกิจการนวดของกลุ่มพัฒนาการนวดเพื่อสุขภาพบริเวณชายหาดถ้ำพัง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของเกาะสีชังชื่อร้าน “ถ้ำพังบีชสมาย” หลังจากเริ่มดำเนินการตั้งตั้งแต่เดือนธันวาคมปี พ.ศ.2550 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดีสามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้าน และเยาวชนที่สมัครเข้ามาเรียนรู้ มาให้บริการนวดทำให้กลุ่มเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถขยายประโยชน์ไปสู่เรื่องอื่น ๆ ได้อีก เช่น การให้ความรู้แก่เยาวชนในวันเสาร์ - อาทิตย์
ดูพิกัด
ประวัติความเป็นมาของวัดโบสถ์ หลักฐานจากคำบอกเล่ากล่าวว่าเมื่อตอนเสียกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2310 ผู้คนจำนวยมากได้อพยพหลบหนีภัยสงครามเข้ามาตั้งบ้านเรือนในพื้นที่บ้านวัดโบสถ์ในปัจจุบัน เนื่องจากเห็นว่าสถานที่นี้ทำเลดีเป็นที่ลุ่ม สามารถปลูกข้าวได้คล้ายคลึงกับกรุงศรีอยุธยา จากนั้นได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างวัดประจำหมู่บ้านขึ้นพร้อมตั้งชื่อว่า วัดโบสถ์ และเรียกชื่อหมู่บ้านแห่งใหม่นี้ว่า บ้านวัดโบสถ์ ซึ่งอาจเป็นชื่อตามหมู่บ้านเดิมในกรุงศรีอยุธยาที่พากันอพยพมา ปัจจุบันวัดโบสถ์มีเนื้อที่ 15 ไร่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2503
ดูพิกัด
ตั้งอยู่ริมถนนพรประภานิมตร เข้าทางเดียวกับสนามกอล์ฟสยามคันทรี่คลับ โดยแยกจากถนนสุขุมวิทตรงบริเวณหลัก กม.ที่ 145 ไปประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่งอเที่ยวท่ามกลางสวนไม้ผล มีเรือนไทยประยุกต์จัดแสดงงานศิลปหัตถกรรม มีการจัดตลาดน้ำจำลอง และการแสดงต่างๆ เช่นจ รำไทย มวยทะ วันละ 4 รอบ เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา 9.00 -16.00 น. ค่าเข้าชมคนไทย 80 บาท ชาวต่างประเทศ 300 บาท โทร.038423497
ดูพิกัด
วัดพลับ นามวัดที่ประชาชนนิยมเรียก วัดน้อย วัดนี้เริ่มสร้าง เมื่อใด สืบไม่ได้ มีผู้มอบที่ดินถวายสร้างวัด จำนวน 7 ไร่ 72 ว่า ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2494 การบริหารการปกครอง มีเจ้าอาวาส 6 รูป มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม สิ่งปลูกสร้าง อุโบสถ ศาลาการเปรีญ กุฎี รั้ง เมรุ ห้องสมุดของวัด อาคารเรียนปริยัติะรรมของวัด อาคารในวัดที่ใช้เป็นโรงเรียนของทางราชการ
ดูพิกัด
วัดสำนักขาม ตั้งอยู่ที่ บ้านสำนักขาม ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 18 ไร่ 2 งาน 44 ตารางวา อาคารเสนาสนะประกอบด้วย ศาลาการเปรียญ วิหาร กุฏิสงฆ์ ศาลาเอนกประสงค์ นอกจากอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ดังนี้ เมรุ,โรงครัว,แทงค์น้ำ และที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน ปูชนียวัตถุ มีพระพุทธรูปจำนวน 19 องค์ วัดสำนักขาม ตั้งเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ.2516 โดยนายไพโรจน์ พลอยงาม มีความเลื่อมในพระพุทธศาสนา จึงได้ถวายที่ดินสร้างวัด และตั้งชื่อวัดตามชื่อของหมู่บ้าน การศึกษามีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม
ดูพิกัด
วัดใหม่ทรายมูล ก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2512 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2516 การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือพระครูสุภัทรศาสนกิจ พ.ศ. 2512 การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ.2515 โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี เปิดสอนเมื่อพ.ศ.2532 และศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด เปิดสอนเมื่อพ.ศ.2523
ดูพิกัด
อาหารอร่อย บรรยากาศดี ดนตรีไพเราะ
ดูพิกัด
สถานที่ราชการ
ดูพิกัด
สถานที่ราชการ
ดูพิกัด
สถานที่พักผ่อน กิจกรรมสนุกๆ สำหรับครอบครัวและเพื่อนฝูง
ดูพิกัด
โรงแรมอิสตินี่ เพลส อยู่ห่างจากชายหาดเพียง 200 เมตรในใจกลางเมืองพัทยาซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวที่ตอบรับความต้องการได้ทุกวัยไม่ว่าจะเป็นคนหนุ่มสาว ผู้สูงอายุผู้ที่ชื่นชอบน้ำทะเล และผู้ที่มองหาการผจญภัยบนบก เด็ก ๆ จะชื่นชอบมินิสยาม และ Underwater World ในขณะที่ผู้ใหญ่จะสนุกสนานไปกับพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงของแปลก และการแสดงที่ตระการตา ในตอนเย็นของวันอันเหนื่อยอ่อนจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ผู้เข้าพักจะรู้สึกดีไปกับบริการนวดของโรงแรม ห้างสรรพสินค้าและถนนคนเดิน (Walking Street) อันเลื่องลือก็ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมอิสตินี่ เพลสนั้นเป็นตัวเลือกที่ดีเมื่อต้องการหาที่พักในพัทยาเนื่องจากมีทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและราคาที่สมเหตุสมผล
ดูพิกัด
ติดต่อเรา

สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
๖๖๖ ชั้น ๒๐ ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

โทรศัพท์ ๐ ๒๔๒๒ ๘๘๙๕-๙๙,๐ ๒๔๒๒ ๘๙๐๑
โทรสาร ๐ ๒๔๒๒ ๘๙๐๒
สนับสนุนโดย
© Copyright 2012 - 2020 All rights reserved : Ministry of Culture Thailand