Cultural Map @CHONBURI TH · รายการสารคดี · เส้นทางวัฒนธรรม · พิกัดสถานที่ · คำถามที่พบบ่อย  

รายการสารคดี,
เส้นทางวัฒนธรรม,
พิกัดสถานที่.
ข้อมูลเพิ่มเติม
Find out real Chonburi

เพิ่มเติม ...
Video description here.

เพิ่มเติม ...
เส้นทางวัฒนธรรม
นายกฯแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการพัฒนา สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติชุดใหม่
วธ.จัดกิจกรรมส่งเสริมภาพยนตร์ไทยในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ ครั้งที่ ๖๕
วธ.แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ๔ ตำแหน่ง
กระทรวงวัฒนธรรมเชิญชวนประเทศอาเซียนร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมของไทย
กระทรวงวัฒนธรรมจัดการแสดงวัฒนธรรมนานาชาติทางพุทธศาสนา เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองพุทธชยันตี2,600 ปี การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเสนอรายชื่อเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ และการรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมผู้นำเยาวชน ณ ประเทศญี่ปุ่น
/ พิกัดสถานที่
/ ศิลปะ / วัฒนธรรม / ประวัติศาสตร์ / พักผ่อน
คัมภีร์โรคนินทาน เป็นหนังสือสมุดไทยประเภทสมุดไทยขาว ว่าด้าย 1.ตำราแก้ธาตุ ทั้ง 4 ของร่างกาย คือ ปฎวิธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ 2.ตำราดูฤกษ์ในการดินยา 3.ยาแก้โรคต่างๆ เช่นยามะบันจบ ยาแก้ไข้ ยาแก้ปาก ยาทาตัว เป็นต้น (เอกสารที่ ชบ.ส.87)
ดูพิกัด
พระครูไพศาลสารธรรม(เล่าปี่ ทองสงวน) อดีตเจ้าอาวาสวัดโคกท่าเจริญ เกิดที่ บ้านสามโคก จ. ปทุมธานี เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2433 บิดาชื่อ นายอาน มารดาชื่อ นางรอด นามสกุล ทองสงวน ครั้นเจริญวัยแล้วได้ตอดตามบิดามารดามาอยู่ที่ บ้านท่าตะกูด ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี บิดาได้ส่งไปเรียนหนังสือไทยที่โรงเรียนวัดกลางบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จนกระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ท่านได้อุปสมบทที่วัดโคกเจริญ อ.พานทอง วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2453 เมื่อท่านได้บวชแล้วได้ศึกษาพระธรรมวินัยตามวิสัยสมณะ จนมีความรู้ความสามารถในกิจการสงฆ์และได้เรียนวิชาโหราศาสตร์เวทมนต์คาถาอาคมต่าง ๆ ปีพ.ศ.2480 ได้รับพระราชทานสรณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูไพศาลสารธรรม นอกจากท่านจะปกครองดูแลในกิจการคณะสงฆ์แล้วท่านยัวเป็นหมอดู หมอยาเป็นที่พึ่งของชาวบ้านบริเวณใกล้ไกลที่มีความเดือดร้อน เมื่อท่านชราภาพมาก และยังมีโรคมาเบียดเบียน จนมรณภาพในวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2505 สิริอายุได้ 72 ปี พรรษา 52
ดูพิกัด
หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงจังหวัดชลบุรีในประวัติศาสตร์และกล่าวถึงโบราณสถานโบราณวัตถุ และสถานที่สำคัญของจังหวัดชลบุรี เช่น เมืองพระรถ เมืองพญาแร่ เมืองศรีพโล วัดใหญ่อินทราราม วัดตันสน วัดอ่างศิลา วัดราษฎร์บำรุง วัดเสม็ด วัดใต้ต้นลาน วัดโบสถ์ วัดเขาบางทราย วัดเขาบางพระวรวิหาร พระตำหนักเกาะสีชัง ตำหนักมหาราชและตำหนักราชินี ศาลาศรีชโบธรเทพ ศาลากลางจังหวัดชลบุรี วัดญาณสังวราราม จิตตภาวันวิทยาลัย หอพระพุทธสิหิงค์ชลบุรี พระมงคลนิมิตต์ พระพนัสบดี รวมถึงประเพณีท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี เช่น วิ่งวัววิ่งควาย คนตายตีฆ้อง กองข้าวบวงสรวง ประเพณีวันไหล ประเพณีถีบกระดาน และทำเนียบศูนย์วัฒนธรรมในจังหวัดชลบุรี 4 ศูนย์
ดูพิกัด
หนังสือเล่มนี้เป็นเอกสารประกอบการอบรมทบทวนอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม(อส.ม.ศ.) จังหวัดชลบุรี เมื่อ 23 ม.ค 51 ณ วัดตาลล้อม ตำบลเหมือง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยสำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี เนื้อหาภายในเล่มให้ข้อมูลเกี่ยวกับโบราณสถานที่สำคัญในเขตจังหวัดชลบุรี รวม 19 แห่ง ได้แก่ สระสี่เหลี่ยม เมืองพระรถ เมืองพญาเร่ โคกพนมดี วัดใต้ต้นลาน เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง พระจุฑาธุชราชฐาน ตึกมหาราชและตึกราชินี วัดบางเป้ง อาคารพระปริยัติธรรม วัดอ่างศิลา วัดตาลล้อม ศาลจังหวัดชลบุรี (หลังเก่า) วัดหนองเกตุใหญ่ วัดหนองปรือ ศาลจังหวัดชลบุรี(หลังเก่า) วัดหนองเกตุใหญ่ วัดหนองปรือ วัดโบสถ์ วัดต้นสน วัดใหญ่อินทราราม และวัดบางพระวรวิหาร ซึ่งมี 15แห่ง ที่กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
ดูพิกัด
ตำรายาแผนโบราณ (เอกสารเลขที่ ชบ.ส.53) เป็นเอกสารโบราณ จัดอยู่ในประเภทหนังสือสมุดไทยมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับตำรายาแก้เลือด ยาขับเลือดยาแก้ไข้สันนิบาต พร้อมทั้งมีชื่อยาเรียกชื่ออื่นๆ เช่น ยาเชียวใหญ่ ยาเชียวน้อย เป็นต้น
ดูพิกัด
นายชูชาติ พิณพาทย์ เกิดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2503 ที่ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ปัจจุบันอายุ 45 ปี เป็นผู้มีความสามารถในการเล่นดนตรีไทยทุกประเภท โดยเฉพาะระนาดเอกและปี่ใน ปัจจุบันนายชูชาติ พิณพาทย์ ยังคงเล่นดนตรีไทยและถ่ายทอดความรู้ด้านดนตรีไทยแก่อนุชนรุ่นหลัง มุ่งมั่นที่จะสืบทอดและอนุรักษ์การเล่นดนตรีไทยให้เยาวชนและบุคคลทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญ คุณค่า และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยด้านนี้ให้คงอยู่สืบไป ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี โรงเรียนชลกันยานุกูล จึงเห็นสมควรยกย่องเชิดชูนายชูชาติ พิณพาทย์ เป็นศิลปินดีเด่นจังหวัดชลบุรี สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) ประจำปีพ.ศ.2547
ดูพิกัด
ได้รับการถ่ายทอดจากบิดา โดยดูบิดาทำมาตั้งแต่เป็นเด็กและบิดาได้สอนวิธีการทำให้แก่ตนโดยจะเน้นชิ้นงานที่ละเอียดอ่อน และเทคนิคในการทำ นอกจากนี้ยังจำผลงานของบุคคลอื่นบ้างและการเรียนรู้ด้วยตนเอง ชิ้นงานแต่ละชิ้นมีความคงทนถาวร สวยงาม ประณีตเป็นที่ถูกใจของผู้ที่มาว่าจ้างให้ทำ ได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับบุตรหลานในครอบครัว
ดูพิกัด
เดิมมีความสนใจในการประดิษฐ์ดอกไม้อยู่ก่อนแล้ว ต่อมาได้พบเห็นผลงานประดิษฐ์ดอกไม้ในงานแสดงสินค้าในหลาย ๆ แห่ง จึงเกิดความสนใจมาก และได้เข้ารับการอบรมการประดิษฐ์ดอกไม้จากหน่วยงานที่เปิดอบรม และได้ฝึกฝนและปฏิบัติบ่อยๆ ทำให้เกิดความชำนาญ
ดูพิกัด
ได้รับสืบทอดภูมิปัญญาการทำน้ำปลาเค็มมาจากมารดา จุดเด่นที่ปลาเป็นที่นิยมรับประทานเนื่องจากความสะอาดในการทำ และการคัดปลาที่มีคุณภาพดี มีความสด กรรมวิธีการผลิต คือ นำปลามาขอดเกล็ด ควักไส้ และเหงือกออก ล้างให้สะอาด นำไปหมักกับเกลือทิ้งไว้ ๑ คืน รุ่นขึ้นนำปลาที่หมักแล้วมาล้างแล้วตากบนตระแกรงโปร่งๆ ตาก ๒ แดด แล้วจึงนำออกจำหน่าย โดยจะมีผู้มารับซื้อถึงที่บ้าน และนำมาขายที่ตลาดเก่าอ่างศิลา ๑๓๓ ปี หน้าฝนจะมีอุปสรรคเรื่องการตากปลา จึงต้องทำราวตากปลาไว้ในที่ร่ม แล้วนำปลามาผูกไว้ให้สะเด็ดน้ำ ปลาเค็มจะไม่มีหนอน สามารถเก็บไว้ได้นานในตู้เย็น
ดูพิกัด
นางทองอยู่ ล้อประเสริฐ เกิดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2485 ที่ตำบลบางพึ่ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ปัจจุบันอายุ 53 ปี เป็นผู้มีชือเสียง เกียรติคุณ ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์การแปรรูป ผลิตผลทางการเกษตรในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะแปรรูปหัวผักกาดขนาดเล็ก ไม่สามารถนำออกขายในรูปของหัวผักกาดสดได้ โดยนำมาแปรรูปเป็นหัวผักกาดเค็ม และหัวผักกาดหวาน จนสำเร็จครบวงจร ตามหลักการเกษตรในหมู่บ้าน ทั้งนี้ ได้มีการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์มาโดยตลอดจนเป็นที่ยอมรับและเชื่อถือของบุคคลทั่ว ๆไป นอกจากนี้ยังได้มีส่วนสำคัญในการจัดตั้งกลุ่มแม่บ้านเกษตรบ้านหินกอง ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พัฒนางานการเกษตรครบวงจร โดยมุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และในด้านการพัฒนาให้เกิดความเจริญ การกินดีอยู่ดี ของบุคคลในสังคมหมู่บ้านหินกองนอกจากการแปรรูปหัวผักกาดแล้ว นางทองอยู่ ล้อประเสริฐยังได้เป็นผู้ริเริ่ม แนะนำและร่วมงานกับกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหินกอง เพิ่มผลผลิตด้านการแปรรูปพิชผักผลไม้ตามฤดูกาลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น มะขามแช่อิ่ม มะม่วงแช่อิ่ม และซอสพริก เป็นต้น การทำงานแต่ละครั้ง จะทำด้วยความตั้งใจปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาบุคคลในสังคมท้องถิ่นให้มีเศรษฐกิจดี อันจะนำมาซึ่งความมั่นคงของสังคม และประเทศชาติสืบไป ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี โรงเรียนชลกันยานุกูล จึงเห็นสมควรยกย่องเชิดชูเกียรติให้นางทองอยู่ ล้อประเสริฐ เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาภูมิปัญญาชาวบ้าน ด้านการผลิตและการ บริโภค ประจำปี พ.ศ. 2538
ดูพิกัด
วัดหนองไทร ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 26 ไร่ 3 งาน ตั้งเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 โดยมีนางฉลอง เหลืองอ่อน เป็นผู้บริจาคที่ดิน จำนวน 26 ไร่ 3 งาน ให้เป็นที่สร้างวัด จากนั้นได้อาราธนาพระมหานินทร์(พระครูสัจจาภิมณฑ์ ในปัจจุบัน) มาปกครองวัด ดำเนินการก่อสร้าง และบริหารงานจนถึงปัจจุบัน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2529
ดูพิกัด
วัดศรีอรุณ ตั้งอยู่ที่ บ้านอ่าวเวียน ทีดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 33 ไร่ 3 งาน 20 ตารางวา วัดนี้ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2497 การตั้งชื่อวัดตั้งตามชื่อของตำบล คือตำบลหนองอิรุณแต่ชาวบ้านมักเรียกชื่อว่า วัดอ่างเวียง เหตุที่สร้างวัดเพราะชาวบ้านต้องเดินทางไปทำบุญไกลเพื่อสะดวกแก่การทำบุญจึงได้สร้างวัดขึ้นมาอีกวัดหนึ่ง คือ วัดศรีอรุษ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม
ดูพิกัด
วัดสำเภาทอง ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองยายเภา ต.บ่อกวางทอง อ.บ่อทอง ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 18 ไร่ 3 งาน 68 ตารางวา อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ วิหาร ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาบำเพ็ญกุศล หอระฆัง และหอกลอง ฯลฯ วัดสำเภาทอง ตั้งเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2514 นายสนั่น นางจิ้ง แซ่บัง เป็นผู้ถวายที่ดินสร้างวัด โดยมีพระครูพินิจสมาจารย์ (หลวงพ่อโด่) วัดนามะตูม อ.พนัสนิคม และพระสมุห์สิงห์ วัดเนินหลังเต่าเป็นผู้ริเริ่มสร้าง เดิมชื่อวัดหนองยายเภา ตามชื่อหมู่บ้าน ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็นวัด สำเภาทอง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2539 ปัจจุบันมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอน
ดูพิกัด
แหลมบาลีฮาย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีการจัดกิจกรรมหลายๆ อย่าง เช่น การแข่นขันรถยนต์ งานแสดงคอนเสิร์ตและอื่นๆ จนเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ด้วยเอกลักษณ์ที่เป็นแหลมยื่นออกไปในทะเลที่อยู่ติดกับปลายชายหาดพัทยาใต้ ทางด้านทิศตะวันตกของแหลมบาลีฮายเป็นที่ตั้งของประภาคาร ณ จุดนี้เหมาะแก่การชมแสงยามเย็นตอนพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า นั่งรับลมทะเลเย็นๆ ชมแสงไฟยามค่ำคืนของแหลมบาลีฮายและชายหาดพัทยาก็สวยไปอีกแบบ แหลมบาลีฮายอยู่ปลายสุดของถนนคนเดินพัทยาใต้ เป็นที่ตั้งของท่าเทียบเรือไปยังเกาะล้าน แหลมบาลีฮายแห่งนี้จะตั้งออยู่บริเวณเชิงเขาพระตำหนักเมืองพัทยา การเดินทางโดยรถโดยสารปรจำทางขึ้นได้ที่สถานีขนส่งหมอชิตหรือเอกมัย ไปลงที่พัทยา แล้วต่อสองแถวไปแหลมบาลีฮาย โดยสารรถตู้ขึ้นได้ที่อนุสาวรีชัยสมรภูมิมาถึงท่าเรือแหลมบาลีฮายเลย หรือรถยนต์ส่วนตัวมาเส้นทางมอเตอร์เวย์หรือถนนสุขุมวิท ไปออกที่พัทยาใช้ถนนสุขุมวิทผ่านพัทยาเหนือ-พัทยากลาง-พัทยาใต้แล้วมุ่งหน้าสู่แหลมบาลีฮายแล้วจะเห็นป้าย Pattay city เด่นชัด
ดูพิกัด
วัดช่องแสมสารเป็นสถานที่ทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงคือคือวิหารหลวงพ่อดำ "พระสัมพุทธมหามุนีศรีคุณาศุภนิมิต" หรือ "หลวงพ่อดำ" วัดช่องแสมสาร ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นพระพุทธปฏิมากรศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่ง ซึ่งชาวประมงฝั่งตะวันออก เลื่อมใสศรัทธาทุกครั้งที่ออกทะเล มักจะไปนมัสการและขอพรเสมอ เพราะเชื่อว่าทุกคนจะกลับมาโดยสวัสดิภาพ มีโชคได้สินทรัพย์จากทะเลเป็นกอบเป็นกำ พระสัมพุทธมหามุนีศรีคุณาศุภนิมิต หรือหลวงพ่อดำ ประดิษฐานในพระวิหารวัดช่องแสมสาร เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิสูง 5 เมตร มีรูปใบหน้าอิ่มเอิบ ดวงตาทอดต่ำลงแผ่เมตตาให้กับผู้คนที่เดินทางมากราบไหว้ ตำนานหลวงพ่อดำ ระบุว่า เมื่อปีพุทธศักราช 2501 "หลวงพ่อดำรง คุณาสโภ" ได้เดินทางจาก จ.สุพรรณบุรี มาปักกลด ณ บริเวณพระเจดีย์เก่าบนเขาของวัดช่องแสมสาร หลวงพ่อดำรง ได้เล่าให้ญาติโยมที่ไปกราบนมัสการให้ฟังว่า ท่านจำพรรษาอยู่วัดเขาขึ้น อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี สาเหตุที่เดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ เพราะได้ฝันว่า เทพยดาองค์หนึ่งบอกให้ไปสร้างพระพุทธรูปไว้ใกล้ๆ พระเจดีย์เก่าองค์หนึ่ง บนเขาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก "ในภายภาคหน้า พระประธานองค์นี้จะกลายเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีประชาชนให้ความเคารพนับ ถือเดินทางมากราบไหว้กันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากบริเวณแห่ง นี้มีความเหมาะสมที่จะบูรณะให้กลายเป็นแหล่งรักษาศีลและความสงบให้กับชาว พุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก..."
ดูพิกัด
เต็มอิ่มกับแสงแดดและทิวทัศน์ ณ โรงแรมแห่งนี้ที่ซึ่งผู้เข้าพักอยู่บนชายหาดโดยตรงและใกล้กับย่านบันเทิง โรงแรมที่ตั้งอยู่ริมหาดแห่งนี้อยู่ท่ามกลางพรรณไม้เขตร้อนห่างจากความวุ่นวายของฝูงชน และมีสระว่ายน้ำสไตล์ทะเลสาบ ที่นี่นับเป็นทำเลที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่มองหาความสบายและการผ่อนคลายหลังจากหรือก่อนที่จะออกไปเที่ยวชมถนนคนเดินพัทยาในเวลากลางคืน เคาน์เตอร์บริการนำเที่ยวภายใน โรงแรมสยาม เบย์วิวมีบริการเช่ารถที่จะทำให้คุณได้ไปสำรวจเมืองอย่างอิสระในขณะที่ค้นพบอัญมณีชิ้นเอกของไทยที่ซ่อนตัวอยู่ ณ เมืองชายทะเลแห่งนี้
ดูพิกัด
ไม่ว่าจะมาท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจ โรงแรมระดับ 4-ดาว แห่งนี้ก็มีห้องพักไว้คอยบริการ 194 ห้อง โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าพักผ่อนอย่างสะดวกสบายและมีสไตล์ ห้องพักทุกห้องของที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเพื่อมอบความสะดวกสบายให้แก่การเข้าพัก มีบริการซักรีดซักแห้ง ห้องประชุม Wi-Fi ในพื้นที่สาธารณะ และร้านอาหารไว้คอยสร้างความสุขให้แก่การเดินทางของลูกค้า ผู้เข้าพักที่สนใจในการออกกำลังกายหรือผ่อนคลาย ภายในโรงแรมมีสระว่ายน้ำ (สำหรับเด็ก) ห้องฟิตเนส และซาวน่าไว้รองรับความต้องการ ลูกค้าที่แสวงหาส่วนผสมที่ลงตัวของความเอาใจใส่และสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย จะพบกับสิ่งเหล่านั้นได้ ณ โรงแรมที่ยอดเยี่ยมแห่งนี้
ดูพิกัด
กาแฟสูตรพิเศษ รสชาติหอมละมุน
ดูพิกัด
สถานที่ราชการ
ดูพิกัด
อาหารอร่อย บรรยากาศดี ดนตรีไพเราะ
ดูพิกัด
ติดต่อเรา

สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
๖๖๖ ชั้น ๒๐ ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

โทรศัพท์ ๐ ๒๔๒๒ ๘๘๙๕-๙๙,๐ ๒๔๒๒ ๘๙๐๑
โทรสาร ๐ ๒๔๒๒ ๘๙๐๒
สนับสนุนโดย
© Copyright 2012 - 2017 All rights reserved : Ministry of Culture Thailand