Cultural Map @CHONBURI TH · รายการสารคดี · เส้นทางวัฒนธรรม · พิกัดสถานที่ · คำถามที่พบบ่อย  

รายการสารคดี,
เส้นทางวัฒนธรรม,
พิกัดสถานที่.
ข้อมูลเพิ่มเติม
Find out real Chonburi

เพิ่มเติม ...
Video description here.

เพิ่มเติม ...
เส้นทางวัฒนธรรม
นายกฯแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการพัฒนา สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติชุดใหม่
วธ.จัดกิจกรรมส่งเสริมภาพยนตร์ไทยในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ ครั้งที่ ๖๕
วธ.แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ๔ ตำแหน่ง
กระทรวงวัฒนธรรมเชิญชวนประเทศอาเซียนร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมของไทย
กระทรวงวัฒนธรรมจัดการแสดงวัฒนธรรมนานาชาติทางพุทธศาสนา เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองพุทธชยันตี2,600 ปี การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเสนอรายชื่อเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ และการรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมผู้นำเยาวชน ณ ประเทศญี่ปุ่น
/ พิกัดสถานที่
/ ศิลปะ / วัฒนธรรม / ประวัติศาสตร์ / พักผ่อน
พระครูวรเวทมุนี อดีตปฐมเจ้าอาวาสวัดสัตหีบ เป็นพระเถราจารย์ อีกรูปหนึ่งของจังหวัดชลบุรี ที่ปรากฏชื่อเสียงขจรไกลไปทั่วทุกทิศานุทิศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียงยังนับถือศรัทธาในเกียรติคุณของท่านมิรู้ลืมในความเมตตารักษาคนเจ็บไข้โดยคุณไสยต่าง ๆ หลวงพ่ออี๋ท่านเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2405 เป็นชางอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โยมบิดาชื่อทองคำ โยมมารดาชื่อเอียง นามสกุลทองขำ ในสมัยที่ท่านยังเยาว์อยู่นั้นมีความฉลาดหลักแหลม นิสัยโอบอ้อมอารีรักเพื่อน ชอบช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ จึงเป็นที่รักใคร่ของญาติมิตรทั่วไป พออายุได้ 21 ปี จึงได้อุปสมบทที่วัดอ่างศิลานอก ซึ่งต่อมายุบรวมกับวัดอ่างศิลาใน เป็นวัดอ่างศิลาในปัจจุบัน โดยมีเจ้าอธิการจั่น จนฺทสาโร วัดเสม็ดเป็นพระอุปัชฌายะ พระอาจารย์ทิม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงพ่อแตง วัดอ่างศิลา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า พุทฺธสโร จำพรรษาอยู่ ณ วัดอ่างศิลา ศึกษาข้อวัตรปฏิบัติตามพระธรรมวินัยด้วยความตั้งใจ จนรู้หนทางปฏิบัติเพียงพอแล้ว จึงได้ศึกษาวิปัสสนากรรมฐานในสำนักพระอาจารย์แตง จนช่ำชอง หลังจากนั้นหลวงพ่ออี๋ ได้ศึกษาวิชาคาถาอาคมต่าง ๆ จากเจ้าอธิการตั้น วัดเสม็ด ชลบุรี และพระครูพิพัฒน์นิโรธกิจ (ปาน) คลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ อยู่นานจนสำเร็จแตกฉานจึงลาหลวงพ่อปานออกธุดงค์ เพื่อศึกษาหาความหลุดพ้นจากวัฏสงสารไปในป่าเขาลำเนาไพร จนกระทั่งได้เดินธุดงค์มาถึงบริเวณตำบลสัตหีบ ท่านเห็นว่าเป็นที่เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม เพราะเป็นป่าอยู่ติดกับทะเลมีชายหาดที่สวยงามจึงได้สร้างวัดขึ้น ณ บริเวณที่แห่งนี้ คือ วัดสัตหีบ เมื่อปี พ.ศ. 2450 และได้รับวิสุงคามสีมา เมื่อ ปีพ.ศ. 2463 ได้เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าคณะแขวงกิ่งอำเภอสัตหีบ ในปี พ.ศ. 2467 และต่อมาในปีพ.ศ. 2484 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระครูวรเวทมุนิ มรณภาพเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2489 ในอิริยาบถนั่ง รวมอายุ 85 ปี พรรษา 64
ดูพิกัด
พระครูธรรมสารอภินันท์(หลวงพ่อแดง) เป็นชาวเขมร เมืองพระตะบอง เมื่อบวชแล้ว ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทย และได้จำพรรษาอยู่ที่วัดอ่างศิลาก่อน ภายหลังได้ย้ายเข้ามาจำพรรษาอยู่ที่วัดใหญ่อินทารามนี้นานถึง 53 ปี มรณภาพในปีพุทธศักราช 2490 อายุได 84 ปี เป็นพระเถระที่มีวัตรปฏิบัติเคร่งครัดต่อธรรมวินัยเป็นอย่างดี ไม่สะสมบริขารเกินความจำเป็น เป็นพระเถระผู้ทรงวิทยาคุณในทางสมณะ มีวาจาสิทธิ์เป็นที่เคารพยำเกรงของเหล่าศิษยานุศิย์และประชาชนในถิ่นใกล้ไกลที่รู้กิตติศัพท์ของท่านมีผู้นิยมนำบุตรธิดามาถวายเป็นลูกบุญธรรมมากมาย ปัจจุบันนี้ ชื่อเสียงกิตติศัพท์ของท่าน ยังปรากฎอยู่ในหมู่ศิษย์และประชาชนทั่วไป ที่เคารพนับถืออย่างไม่เสื่อมคลาย เมื่อถึงวันที่ 2 สิงหาคมทุกๆ ปี เป็นวันคล้ายวันมรณภาพของท่านบรรดาศิษยานุศิษย์ ทายกทายิกาวัดใหญ่ฯ ประชาชนผู้ที่เคารพนับถือต่างมาร่วมการบำเพ็ยกุศลถวายอย่างเนืองแน่น ไมเคยขาด จตุปัจจัยที่มีผู้นำมาถวาย ทางวัดใหญ่อินทาราม โดยการนำของท่านเจ้าคุณพระราชพรหมาจารย์ได้จัดตั้งเป็นมูลนิธิไว้ชื่อว่า มูลนิธิหลวงพ่อแดง นำดอกผลมาช่วยเหลือบำรุงการศึกษาพระประยัติธรรมของพระภิกษุสามเณรวัดใหญ่อินทาราม ซึ่งมาจากต่างจังหวัดปีละมิใช่น้อย
ดูพิกัด
หนังสือเล่มนี้พิมพ์ถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เนื่องในวันเสด็จสวรรคตครบ 80 ปี เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2533 ซึ่งพระองค์เสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินพระอารามนี้ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2430 เนื้อหาภายในเล่มผู้เขียนได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเขาพระบาทบางทรายชลบุรีว่าตั้งอยู่บนเขาหย่อม ๆ ทางด้านเหนือของจังหวัดชลบุรี ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 3 กิโลเมตร รอบ ๆ บริเวณเขาบางทราย มีโบราณสถานตั้งอยู่หลายแห่ง เช่น พระอุโบสถวัดเขาบางทราย พระเจดีย์ พระวิหารล่าง ศาลาเก้าห้อง หอระฆังปูน มณฑปพระพุทธบาท พระพุทธบาทสององค์ พระจันทร์ศิลา และพระเจดีย์ตัน แต่ละแห่งจะให้รายละเอียดรูปลักษณะและบริเวณที่ตั้งพร้อมภาพประกอบ ท้ายสุดของเล่มมีจดหมายเหตะพระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินพระราชทานวัดเขาบางทราย ชลบุรี พ.ศ. 2430
ดูพิกัด
ตำรายาแผนโบราณ (เอกสารเลขที่ ชบ.ส.53) เป็นเอกสารโบราณ จัดอยู่ในประเภทหนังสือสมุดไทยมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับตำรายาแก้เลือด ยาขับเลือดยาแก้ไข้สันนิบาต พร้อมทั้งมีชื่อยาเรียกชื่ออื่นๆ เช่น ยาเชียวใหญ่ ยาเชียวน้อย เป็นต้น
ดูพิกัด
หนังสือเล่มนี้เป็นเอกสารประกอบการอบรมทบทวนอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม(อส.ม.ศ.) จังหวัดชลบุรี เมื่อ 23 ม.ค 51 ณ วัดตาลล้อม ตำบลเหมือง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยสำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี เนื้อหาภายในเล่มให้ข้อมูลเกี่ยวกับโบราณสถานที่สำคัญในเขตจังหวัดชลบุรี รวม 19 แห่ง ได้แก่ สระสี่เหลี่ยม เมืองพระรถ เมืองพญาเร่ โคกพนมดี วัดใต้ต้นลาน เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง พระจุฑาธุชราชฐาน ตึกมหาราชและตึกราชินี วัดบางเป้ง อาคารพระปริยัติธรรม วัดอ่างศิลา วัดตาลล้อม ศาลจังหวัดชลบุรี (หลังเก่า) วัดหนองเกตุใหญ่ วัดหนองปรือ ศาลจังหวัดชลบุรี(หลังเก่า) วัดหนองเกตุใหญ่ วัดหนองปรือ วัดโบสถ์ วัดต้นสน วัดใหญ่อินทราราม และวัดบางพระวรวิหาร ซึ่งมี 15แห่ง ที่กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
ดูพิกัด
องค์กรสตรีตำบลเสม็ด ได้จัดตั้งกลุ่มอาชีพ "ผ้าบาติก หัตถศิลป์ดินไทย" เพื่อดำเนินการตามโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ โดยนำวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเป็นการสร้างรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนในชุมชน ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๓ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อจัดหาวัสดุและวิทยากรมาให้ความรู้ เรื่องกระบวนการจัดทำผ้าบาติก และทัศนศึกษาดูงานกลุ่มผ้าบาติกที่จังหวัดภูเก็ต เริ่มทำจากการทำผ้าเช็ดหน้า โดยลอกลายตามแบบในหนังสือ ปัจจุบันการผลิตของกลุ่มมีการพัฒนามากขึ้น กลุ่มได้คิดแบบลายขึ้นเอง ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวทะเล เช่น ลาย ปู ปลา กุ้ง หอย ปลาหมึก และรับสั่งตามควารมต้องการของลูกค้า จนเป็นที่รู้จักแพร่หลายทั่วไป นอกจากการทำเสื้อแล้ว กลุ่มได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย เช่น ผ้าเป็นชิ้น หมวก กระเป้า เป็นต้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
ดูพิกัด
ประเพณีตักบาตรเทโว เป็นการทำบุญที่นิยมทำกันในวันออกพรรษา คือจะทำในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดืน ๑๑ หรือหลังจากวันออกพรรษา ๑ วัน คือ วันแรม ๑ ค่ำ เดืน ๑๑ ซึ่งแล้วแต่ความตกลงใจ ร่วมกันกับทางวัดและทางบ้าน ซึ่งคำว่า ตักบาตรเทโว หรือ เรียกชื่อเต็มว่า "เทโวโรหนะ" นั้นแปลว่า การหย่งลงเทวโลก หรือเรียกการตักบาตรอีกชื่อหนึ่งว่า ตักบาตรดาวดึงส์ คุณค่าของประเพณีที่มีต่อชุมชน - เพื่อเป็นการนำความสวัสดีแก่บุคคลและครอบครัว - สร้างความสามัคคีในชุมชน
ดูพิกัด
อำเภอบ้านบึง เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ที่มีชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากอาจกล่าวได้ว่า ประมาณเก้าสิบเปอร์เซ็นของประชากรทั้งหมด วัฒนธรรมประเพณีต่างๆ จึงเป็นประเพณีจีนที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาก มีการไหว้เจ้า ไหว้ผีไม่มีญาติต่างๆ มากมายโดยเฉพาะวันตรุษจีน ซึ่งวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นพันปี ขั้นตอนการปฏิบัติของประเพณี วันจ่าย คือ วันก่อนสิ้นปี ๑ วัน จะต้องซื้อหาเตรียมของไว้หากยังไม่เรียบร้ยก็ทำให้เสร็จในวันจ่ายก่อนที่ร้านค้าจะหยุดยาว ซึ่งในวันนี้รถจะติดยาวเพราะชาวจีนนิยมไปซื้อของไหว้ของใช้ต่างๆ วันไหว้ คือ การไหว้ในวันสิ้นปี จะเป็นการไหว้เจ้าในตอนเช้าตามด้วยการไหว้บรรพบุรุษในตอนสาย แล้วไหว้ผีไม่มีญาติ ส่วนการไหว้ในวันตรุษจีน เรียกว่า การไหว้วันซิวอิก สำหรับผู้คลั่งธรรมเนียมมากๆ จะไหว้ ตามฤกษ์ยามที่ต้องคอยอ่านจาก "แหย่ยิกเท้า" ว่าจะต้องไหว้ "ใช้ซิ้งเอี้ย" หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ในเวลาอะไร และตั้งโต๊ะไหว้อย่างไร
ดูพิกัด
ปลูกผักไฮโดรโพนิกส์และโฟมเพาะเมล็ดต้นกล้ากับโฟมลงแปลง ที่(พนัสไฮโดรโปรดักส์ ฟาร์มพืชไร้ดิน) เป็นศูนย์ปลูกพืชแบบไร้ดิน ไร้สารพิษ เช่น ผักบุ้งจีน ผักสลัด โดยมีกระทรวงสาธารณะสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาทำการตรวจสอบและออกใบรับรองการทำการเกษตรแบบไฮโดรโปรนิคส์ ให้ความรู้แก่เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา
ดูพิกัด
จากการชักชวนของพี่สาวตนเองให้ลองทำไม้กวาดเนื่องจากวัสดุที่ใช้ทำไม้กวาดมีอยู่ในท้องถิ่นไม่ต้องลงทุนมากนัก หัดทำจนเกิดความชำนาญและยึดเป็นอาชีพตลอดมาจนปัจจุบัน และนางประไพ บุญสวน ได้ฝึกฝนจนเกิดความชำนาญและสามารถทำไม้กวาดดอกหญ้าได้อย่างสวยงามและทนทานจนเป็นที่ยอมรับของชุมชนอย่างแพร่หลาย
ดูพิกัด
วัดแหลมฉบัง ตั้งอยู่ที่ ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี วัดแหลมฉบัง ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2385 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2509 โดยมีพระครูวิสิฐพัฒนาทร เป็นเจ้าอาวาส
ดูพิกัด
พระพุทธไสยาสน์ธรรมไพศาล เป็นพระพุทธรูปนอนขนาดใหญ่ที่สุดใน อ.บ่อทอง สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่เคารพสักการะบูชาและรำลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยอยู่ในสำนักวิปัสสนาธรรมไพศาลซึ่งเป็นสำนักวิปัสสนาที่รู้จักกันดีในแถบนั้นมานานกว่า 50 ปี ประดิษฐานอยู่บนเนินเขา ด้านหน้ามีรูปปั้นพระอรหันต์สาวกทั้งหลายนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงหน้า โดยภายในบริเวณสำนักวิปัสสนาฯยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่อีก 3 องค์หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือและทิศตะวันออก นอกจากนั้นยังมีรูปปั้นยักษ์ขนาดใหญ่อีก 1 ตนอยู่ในบริเวณเดียวกัน สถานที่ตั้ง ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 4 ต.กวางทอง อ.บ่อทอง ห่างจากแยกทางหลวงหมายเลข 331 ซึ่งตัดกับทางหลวงหมายเลข 3340 ราว 6 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตรงโรงเรียนบ้านหนองเกตุเส้นทางหลวงชนบทที่ ชบ.3161 อีก 3.7 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวขวาผ่านวัดบ่อกวางทองทางขวาก็จะเห็นพระพุทธไสยาสน์ธรรมไพศาลอยู่บนเนินเขาด้านซ้าย
ดูพิกัด
หมู่เกาะไผ่ ประกอบด้วย เกาะไผ่ เกาะมารวิชัย เกาะเหลือม เกาะกลึงบาดาล ฯลฯ โดยมีเกาะไผ่เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ กลุ่มเกาะไผ่อยู่ห่างจากฝั่งพัทยาประมาณ 23 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง บนยอดเขาของเกาะไผ่มีกระโจมไฟตั้งอยู่ นักท่องเที่ยวนิยมไปพักผ่อน เล่นน้ำทะเล ดำน้ำ ชมปะการัง และตกปลากันมาก นักท่องเที่ยวที่สนใจไปท่องเที่ยวยังเกาะแก่งต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น สามารถติดต่อเช่าเรือซึ่งมีบริการ
ดูพิกัด
วัดสำเภา มีพระประธานประจำอุโบสถมีเจดีย์ และรอยพระพุทธบาทจำลองของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วัดสำเภา เดิมตั้งอยู่ที่บ้านสระคลองห่างจากที่ตั้งวัดปัจจุบันนี้ไปทางทิศใต้ ประมาณ 400 เมตร ต่อมาย้ายไปทางทิศเหนือเรียกว่าบ้านคอกวัว ซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งวัดปัจจุบันประมาณ 500 เมตร ย้ายครั้งสุดท้ายมาตั้งอยู่บริเวณที่เป็นวัดปัจจุบันนี้ แต่เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นทะเลกว้างใหญ่ มีเรือสำเภาแล่นผ่านไป-มา แล้วอัปปางลง ต่อมาทะเลกลับตื้นเขินกลับกลายเป็นแผ่นดิน ปกคลุมไปด้วยป่าไม่ มีสัตว์ดุร้ายและไข้ป่าชุกชุม ต่อมามีพระธุดงค์มาจากภาคอิสาน ท่านมีวิชาอาคมแก่กล้ามาพักอยู่ ณ ที่นี้ ท่านพิจารณาเห็นว่าสถานที่นี้สมควรสร้างเป็นวัดจึงได้สร้างสำนักสงฆ์ขึ้นมา ให้ชื่อว่า วัดสำเภาทอง (สระคลอง) หลังจากสร้างเสร็จท่านก็ได้เดินธุดงค์ต่อไปไม่ได้จำพรรษา และได้ใช้ชื่อนี้จนถึงปัจจุบันนี้ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อพ.ศ. 2502
ดูพิกัด
วัดทุ่งเหียง ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2477 โดยประชาชนที่อพยพมาจากบ้านหนองกระรอกบ้านนามะตูม บ้านหมอนนาง ได้รวมกลุ่มกัน ซึ่งมีนายเผือก พูนสวัสดิ์ นายพัน-นางกี้ บุญมะ นายดง เขียวชะอุ่ม นายยู้ ศรีหงษ์ นายหลี สงแพง นายสุข อุมา นายคำ พันสนิท นายเสนาะ พันสนิท มีความคิดที่จะสร้างวัดขึ้น จึงนำความไปปรึกษาพระครูพินิจสมาจาร(หลวงพ่อโด่) เจ้าอาวาสวัดนามะตูม ท่านจึงได้มอบที่ดิน ซึ่งเป็นมรดกที่ท่านได้รับจากโยมบิดาของท่าน คือนายแพ จำนวน 10 ไร่ ให้เป็นที่สร้างวัด ในระยะแรกได้สร้างศาลาการเปรียญและกุฏิสงฆ์ขึ้น และท่านพระครูพินิจสมาจารได้ส่งพระอาจารย์เอมจากวัดหมอนนางพร้อมด้วยพระภิกษุอีก 4-5 รูป ไปจำพรรษา และสร้างเป็นวัดสมบูรณ์ในปี 2478 จากนั้นได้มีการพัฒนามาตามลำดับ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497
ดูพิกัด
โรงแรมที่ตั้งอยู่ในพัทยาเหนือ (พัทยาสาย 3) ที่ไม่พลุกพล่านแห่งนี้มีทำเลที่เดินทางสะดวก อยู่ใกล้กับมินิสยาม ห้างสรรพสินค้า เช่น คาร์ฟูและร้านอาหารที่มีชื่อเสียงหลายร้าน และหากคุณต้องการไปยังชายหาดก็ใช้เวลาขับรถเพียงไม่นาน เบลล่า วิลล่า เซอร์วิสด์ อพาร์ทเม้นท์ บริการห้องพักจำนวน 77 ห้องที่สะอาดและกว้างขวาง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันพร้อมเคาน์เตอร์ประกอบอาหาร ไมโครเวฟ และอินเตอร์เน็ตไร้สาย รวมทั้งมีระเบียงส่วนตัวให้ผู้เข้าพักได้นั่งผ่อนคลาย สิ่งอำนวยความสะดวกในส่วนกลางของโรงแรมได้แก่ห้องอาหารซึ่งบริการอาหารเช้าแสนอร่อยให้คุณก่อนที่คุณจะมุ่งหน้าไปเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ หรือช้อปปิ้ง นอกจากนี้ทางโรงแรมยังมีสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกายและเซาน่าเพื่อความสะดวกสบายอย่างสูงสุดของผู้เข้าพักอีกด้วย
ดูพิกัด
เชิญนั่งเอนหลังพักผ่อนที่หนึ่งในห้องพักทั้ง 10 ห้อง ซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายของลูกค้าเป็นหลัก ห้องพักทุกห้องของที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งจะสร้างความพึงพอใจให้แก่แขกผู้เข้าพัก แขกผู้เข้าพักจะได้ออกกำลังกายและผ่อนคลายไปกับสวน แขกผู้เข้าพักจะพบว่าโรงแรมซึ่งมุ่งเน้นการให้บริการด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยอดเยี่ยมแห่งนี้นับเป็นสถานที่พักอันคุ้มค่า
ดูพิกัด
กาแฟสูตรพิเศษ รสชาติหอมละมุน
ดูพิกัด
โรงแรมระดับ 3-ดาว แห่งนี้ให้บริการห้องพัก 8 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นยอด ห้องพักทุกห้องของที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีคอฟฟี่ช็อป บริการซักรีดซักแห้ง รูมเซอร์วิส 24 ชั่วโมง และที่จอดรถ เพื่อเติมเต็มการพักผ่อนของลูกค้าให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แขกผู้เข้าพักจะได้ออกกำลังกายและผ่อนคลายไปกับบริการนวด ด้วยการให้บริการและต้อนรับด้วยไมตรีจิต จึงรับประกันได้ว่าท่านจะพึงพอใจกับการเข้าพักที่แรบบิส์ เอลิเฟ้นท์ บาร์& เกสท์เฮ้าส์
ดูพิกัด
อาหารอร่อย บรรยากาศดี ดนตรีไพเราะ
ดูพิกัด
ติดต่อเรา

สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
๖๖๖ ชั้น ๒๐ ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

โทรศัพท์ ๐ ๒๔๒๒ ๘๘๙๕-๙๙,๐ ๒๔๒๒ ๘๙๐๑
โทรสาร ๐ ๒๔๒๒ ๘๙๐๒
สนับสนุนโดย
© Copyright 2012 - 2018 All rights reserved : Ministry of Culture Thailand