Cultural Map @CHONBURI TH · รายการสารคดี · เส้นทางวัฒนธรรม · พิกัดสถานที่ · คำถามที่พบบ่อย  

รายการสารคดี,
เส้นทางวัฒนธรรม,
พิกัดสถานที่.
ข้อมูลเพิ่มเติม
Find out real Chonburi

เพิ่มเติม ...
Video description here.

เพิ่มเติม ...
เส้นทางวัฒนธรรม
นายกฯแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการพัฒนา สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติชุดใหม่
วธ.จัดกิจกรรมส่งเสริมภาพยนตร์ไทยในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ ครั้งที่ ๖๕
วธ.แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ๔ ตำแหน่ง
กระทรวงวัฒนธรรมเชิญชวนประเทศอาเซียนร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมของไทย
กระทรวงวัฒนธรรมจัดการแสดงวัฒนธรรมนานาชาติทางพุทธศาสนา เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองพุทธชยันตี2,600 ปี การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเสนอรายชื่อเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ และการรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมผู้นำเยาวชน ณ ประเทศญี่ปุ่น
/ พิกัดสถานที่
/ ศิลปะ / วัฒนธรรม / ประวัติศาสตร์ / พักผ่อน
เป็นหนังสือห้องสมุดไทย ประเภทสมุดไทยขาวว่าด้วยตำรายารักษาโรคต่างๆ เช่น ยาประดังทั้งหมด ยาแก้ริดสีดวง ยาแก้มะเร็ง ยาแก้ตา ยาบำรุงธาต ยาแก้ลม ยาแก้พยาธิ (เอกสารเลขที่ ธม.ส.89)
ดูพิกัด
ตำรายาแผนโบราณ เป็นหนังสือสมุดไทย ประเภทสมุดไทยขาวว่าด้วย 1.คัมภีร์ธาตุพิกัดพุทธศาสตร์ ฉ้นทศาสตร์ โหราศาสตร์ 2.ตำรายาแก้ไข้ทั้งปวง 3.กล่าวถึงลักษณะแห่งการทรงศีล 7 ประการ 4.ว่าด้วยตำรายารักษาโรคต่าง ๆ ยาแก้ขัดเบา ยาแก้กายภายใน ยาแก้ชัก เป็นต้น
ดูพิกัด
พระครูวรเวทมุนี อดีตปฐมเจ้าอาวาสวัดสัตหีบ เป็นพระเถราจารย์ อีกรูปหนึ่งของจังหวัดชลบุรี ที่ปรากฏชื่อเสียงขจรไกลไปทั่วทุกทิศานุทิศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียงยังนับถือศรัทธาในเกียรติคุณของท่านมิรู้ลืมในความเมตตารักษาคนเจ็บไข้โดยคุณไสยต่าง ๆ หลวงพ่ออี๋ท่านเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2405 เป็นชางอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โยมบิดาชื่อทองคำ โยมมารดาชื่อเอียง นามสกุลทองขำ ในสมัยที่ท่านยังเยาว์อยู่นั้นมีความฉลาดหลักแหลม นิสัยโอบอ้อมอารีรักเพื่อน ชอบช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ จึงเป็นที่รักใคร่ของญาติมิตรทั่วไป พออายุได้ 21 ปี จึงได้อุปสมบทที่วัดอ่างศิลานอก ซึ่งต่อมายุบรวมกับวัดอ่างศิลาใน เป็นวัดอ่างศิลาในปัจจุบัน โดยมีเจ้าอธิการจั่น จนฺทสาโร วัดเสม็ดเป็นพระอุปัชฌายะ พระอาจารย์ทิม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงพ่อแตง วัดอ่างศิลา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า พุทฺธสโร จำพรรษาอยู่ ณ วัดอ่างศิลา ศึกษาข้อวัตรปฏิบัติตามพระธรรมวินัยด้วยความตั้งใจ จนรู้หนทางปฏิบัติเพียงพอแล้ว จึงได้ศึกษาวิปัสสนากรรมฐานในสำนักพระอาจารย์แตง จนช่ำชอง หลังจากนั้นหลวงพ่ออี๋ ได้ศึกษาวิชาคาถาอาคมต่าง ๆ จากเจ้าอธิการตั้น วัดเสม็ด ชลบุรี และพระครูพิพัฒน์นิโรธกิจ (ปาน) คลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ อยู่นานจนสำเร็จแตกฉานจึงลาหลวงพ่อปานออกธุดงค์ เพื่อศึกษาหาความหลุดพ้นจากวัฏสงสารไปในป่าเขาลำเนาไพร จนกระทั่งได้เดินธุดงค์มาถึงบริเวณตำบลสัตหีบ ท่านเห็นว่าเป็นที่เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม เพราะเป็นป่าอยู่ติดกับทะเลมีชายหาดที่สวยงามจึงได้สร้างวัดขึ้น ณ บริเวณที่แห่งนี้ คือ วัดสัตหีบ เมื่อปี พ.ศ. 2450 และได้รับวิสุงคามสีมา เมื่อ ปีพ.ศ. 2463 ได้เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าคณะแขวงกิ่งอำเภอสัตหีบ ในปี พ.ศ. 2467 และต่อมาในปีพ.ศ. 2484 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระครูวรเวทมุนิ มรณภาพเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2489 ในอิริยาบถนั่ง รวมอายุ 85 ปี พรรษา 64
ดูพิกัด
หนังสือเล่มนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับวัดเขาบางทรายและประวัติของบูรพาจารย์ของวัดเขาบางทราย จำนวย 6 รูป ตั้งแต่รูปที่ 1 คือ พระชลโธปมคุณมุนี 2 สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ 3 พระเขมหัสสีชลธีสมานคุณ 4 พระวินัยธรรม 5 พระครูธรรมสุทธาจาร และ6 พนะเขมสารโสภณ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงวัตถุมงคลแต่ละยุคสมัยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2450ถึง พ.ศ. 2534 ประมาณ 67 รุ่น พร้อมภาพประกอบ
ดูพิกัด
หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานบำเพ็ญกุศลฉลองอายุครบ 80 ปี ของพระครูศรีสัตยาภิวัฒน์(ประพันธ์ กิตตสาโร) เจ้าอาวาสวัดกลาง และเจ้าคณะอำเภอเมือง ชลบุรี เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2529 เนื้อหาภายในเล่มประกอบด้วยชีวประวัติ สมณศักดิ์และตำแหน่ง พร้อมทั้งผลงานในด้านต่าง ๆของพระครูศรีสัตยาภิวัฒน์ซึ่งได้บันทึกโดยนายมนู ธรรมสุนทร ไวยาวัจกรวัดกลาง และเรื่องเล่าความเป็นมาของวัดกลาง ตำบลมะขามหย่ง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเล่าโดยนายสุนทร ตั๊นตระกูล อดีตมรรคทายคของวัดกลาง นอกจากนี้ยังได้นำบทความเกี่ยวกับธรรมะมาจัดพิมพ์ในหนังสือเล่มนี้ประมาณ 8 เรื่อง ได้แก่ เรื่องเจริญอายุ คติเตือนใจ แก้จนคนดี ฯลฯ
ดูพิกัด
มีการสืบทอดกันมาเหมือนในอดีต แต่ละคนจะนำของไหว้มาพร้อมกันและประกอบพิธีพร้อมกัน เทศกาลไหว้พระจันทร์มีชื่อทางการ ภาษาจีนว่า “จงชิวเจี๋ย” เสียงภาษาจีนแต้จิ๋วว่า “ตงชิวโจ็ยะ ” ตรงกับวัน ๑๕ ค่ำ กลางเดือน ๘ ของปฏิทินจีน จึงเรียกกันว่าเทศกาล “ ปาเย่ว์ปั้น ( -โป๊ยะง็วยะปั่ว) ” แปลว่า “ กลางเดือน ๘ ” หรือ “ ปาเย่ว์เจี๋ย ( -โป๊ยะง็วยะโจ็ยะ) ” คือ “ เทศกาลเดือน ๘ ” อีกด้วย ๑) สถานที่ประกอบพิธีกรรม ถนนศรีกุญชร เทศบาลเมืองพนัสนิคม ๒) ผู้ทำพิธี ร่วมกันประกอบพิธี ๓) เวลาทำพิธี ตั้งแต่เวลา ๑๙.๐๐ น.เป็นต้นไป ๔) เครื่องบูชา - รูปเคารพขององค์ไท้อิมเนี้ย - กระถางธูป เชิงเทียน แจกันพร้อมดอกไม้ ๑ คู่ - น้ำชา น้ำร้อน - ก๊งปึ่ง -เจไฉ่ -อั่งอี๋ -ผลไม้ ๕ อย่าง -ขนมโก๋ใหญ่ -หัวเผือกต้มสุก -ฮวบบี้ -ฮวบจุ้ย -เครื่องสำอาง -ต้นอ้อย -กิมฮวยอั่งติ้ว -เครื่องกระดาษ -ขนมลูกท้อ หน่วยงานที่รับผิดชอบ เทศบาลเมืองพนัสนิคม ประวัติผู้ให้สัมภาษณ์ ชื่อ นายวิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีเมืองพนัสนิคม
ดูพิกัด
อ่างศิลา ลักษณะภูมิประเทศ ประกอบด้วยหินประเภทหินแกรนิต และหินทราย เดิมเรียกว่าอ่างหิน ทำให้เกิด อาชีพที่สำคัญของชาวตำบลอ่างศิลา คือ อาชีพแกะสลักหิน คนทั่วไปจะนึกถึง คือ ครกหิน เป็นสัญลักษณ์ของสินค้าพื้นเมืองที่นำชื่อเสียงมาให้แก่ชาวตำบลอ่างศิลา ตั้งแต่อดีต จนถึงจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากครกหินอ่างศิลามีจุดเด่นอยู่ที่ หินมีความแข็งแกร่ง ตำแล้วไม่เป็นทราย ชาวตำบลอ่างศิลายังนำหินมาแกะสลักเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปเจ้าแม่กวนอิม พระพุทธรูป ซึ่งมีความสวยงามมาก นายพนม บรรเทาทุกข์ เรียนรู้วิธีการทำครกหินจากญาติ หัดทำมาตั้งแต่อายุยังน้อย ทำมาเป็นระยะเวลามากกว่า ๓๐ ปี ปัจจุบันใช้เครื่องทุ่นแรง เช่น ทีเจียรหิน เครื่องขัด และเครื่อตัดหิน เข้ามาช่วยในการทำงาน โดยทำครกอยู่หลังร้าน หน้าร้านมอบให้ภรรยาเป็นผู้ขาย มีทั้งครกจากหินแกรนิต และครกหินอ่างศิลา ซึ่งครกหินอ่างศิลาจะมีราคาค่อนข้างสูง เพราะหินหายากเนื่องจากได้ปิดบ่อหินไปแล้ว สินค้าที่นำมาจำหน่ายมีทั้งรับมาจากโรงงานและที่ทำด้วยตนเอง มีการถ่ายทอดความรู้ให้กับเยาวชนที่สนใจ รุ่นลูกไม่มีผู้ใดสนใจในการทำครกหิน ผู้สนใจสามารถไปเรียนรู้เรื่องการทำครกหินได้
ดูพิกัด
นายคำนวน คุ้มทรัพย์เป้นคนพื้นเพตำบลนาป่า โดยที่บ้านประกอบอาชีพการทำน้ำตาลปึก นายคำนวน ได้รับการถ่ายทอดอาชีพการทำน้ำตาลปึกมาจากบิดาและได้ประกอบอาชีพทำน้ำตาลปึกมาตั้งแต่อายุ 17 ปี สาธิตการทำน้ำตาลปึกให้ ผู้ศึกษาดูงานได้ดูโดยการปีนไปเอาน้ำตาลมาจากต้น ,นำน้ำตาลที่ได้มาเคี่ยวให้เป็นน้ำตาลสด ,นำน้ำตาลสดมาเคี่ยวต่อ ให้เหนียวข้นจนเป็นน้ำตาลปึก
ดูพิกัด
ทุกปี ก่อนวันเข้าพรรษาพุทธศาสนิกชนจะนิยมนำต้นเทียนไปถวายวัด เพื่อให้พระสงฆ์ได้จุดบูชา ตลอด 3 เดือนที่อยู่จำพรรษา จนเกิดเป็นเพณี แห่เทียนพรรษาขึ้น ทำพิธี ก่อนวันเข้าพรรษาประมาณ 1 สัปดาห์ คุณค่า (ประโยชน์) ของประเพณีที่มีต่อชุมชน 1. เกิดความรักสามัคคี 2. เพื่อสร้างความสนุกสนานที่เข้าร่วมกิจกรรม 3. การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
ดูพิกัด
จากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุที่เคยผ่านพบประเพณีแห่พญายม รวมทั้งผู้สืบเชื้อสายมาจากผู้เคยเป็นผู้ริเริ่มประเพณีแห่พญายมนั้น พบว่า ประเพณีแห่พญายมได้เกิดขึ้นมานานแล้ว สมารถแบ่งเป็น 7 ยุค สำหรับการจัดประเพณีแห่พญายม แรงจูงใจที่ทำให้เกิดประเพณีนี้ขึ้นมานั้น สันนิษฐานว่า ในสมัยนั้นอาณาบริเวณหมู่บ้านบางพระ และบริเวณหมู่บ้านไร่ดินแดงนั้นยังเป็นป่าดงดิบมีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นเต็มไปหมด นอกจากนั้นยังมีสัตว์ร้ายและภัยนานาชนิดชุกชุม ชาวบ้านเจ็บป่วยเป็นไข้ป่ากันเป็นประจำ การรักษาก็เป็นไปตามพื้นบ้าน จงคิดที่จะมุ่งหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ มุ่งที่จะขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้หมดไป เพื่อชาวบ้านจะได้รอดพ้นจากทุกข์การเจ็บไข้ได้ป่วยกัน จึงมีการสร้างหุ่น พญายม ขึ้น จากความเชื่อที่ว่า พญายมนี้เป็นเทพเจ้าที่เป็นผู้ควบคุมดูแลภูติผีปีศาจมารร้ายทั้งปวง การสร้างหุ่นพญายม ก็เพื่อให้จับเก็บสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ ไว้กับตัวพญายมไปปล่อยทะเลเสีย จะได้เป็นการปลดปล่อยสิ่งชี่วร้าย ชาวบ้านก็จะอยู่กันอย่างมีความสุขตลอดไป สำหรับที่ปั้นหุ่นพญายมยังคงอยู่ที่บริเวณท้ายบ้าน (ข้างร้านบางพระซีฟู้ดในปัจจุบัน)
ดูพิกัด
เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่งดงามท่ามกลางธรรมชาติที่สงบติดเชิงเขา ร่มรื่นด้วยแมกไม้ มีพระอุโบสถทรงประยุกต์ เรียบง่ายเน้นประโยชน์ใช้สอยและการดูแล รวมไปถึงสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ภายในวัด เช่น ศาลา กุฏิสงฆ์ ที่พักของอุบาสก อุบาสิกา ที่เข้ามาปฏิบัติธรรม สะอาดเป็นระเบียบ รูปแบบอิงกับธรรมชาติ แฝงด้วยสัจธรรมของชีวิต
ดูพิกัด
วัดดอนทอง ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 7 ไร่ 1 งาน ตั้งเมื่อพ.ศ.2434 เดิมชื่อว่าวัดตาปุ่น เพราะตาปุ่น เป็นผู้ถวายที่ดินให้สร้างวัด และนิมนต์พระมาจำพรรษา ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดดอนทอง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที 25 ตุลาคม พ.ศ. 2516
ดูพิกัด
"วัดช่องลม ตั้งเมื่อพ.ศ. 2427 ซึ่งมีนายโชติ ตำบลข้านโขด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นผู้มอบที่ดินถวายสร้างวัด จำนวน ๑๒ ไร่ ๑๓ วา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๕ เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๖ เนื่้อที่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา กว้าง ๓๐ เมตร ยาว ๖๐ เมตร ปัจจุบันวัดนี้มีเนื้อที่ตั้งวัดทั้งหมด ๑๓ ไร่ ๒ งาน ๑๔ วา มีทีี่ธรณีสงฆ์ ๔๖๔ วา เป็นที่ดินมีโฉนดจากทางราชการ มีเสนาสนะ สิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่แล้ว และยังใช้การได้ คือ อุโบสถ กว้าง ๓๐ เมตร ยาว ๖๐ เมตร ขนาดกลาง สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๔ ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๑ เมตร มีกุฎี เมรุ หอระฆัง รั้วหรือกำแพง ด้านทิศใต้ ยาว ๑๐๐ เมตร ด้านทิศตะวันออก ยาว ๒๕ เมตร ปัจจุบัน พระครูวิสุทธสีลากร เป็นเจ้าอาวาส"
ดูพิกัด
วัดตะเคียนคู่ ตั้งอยู่ที่ ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง วัดนี้ตั้งเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2520 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2534
ดูพิกัด
วัดบ้านช้าง ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 18 ไร่ 1 งาน 48 ตารางวา วัดบ้านช้าง ตั้งเมื่อพ.ศ. 2350 โดยชาวลาวที่ถูกกวาดต้อนมา สมัยที่ไทยทำสงครามชนะลาว ต่อมาได้มาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณนี้ คนลาวเหล่านี้ บางส่วนอพยพมาจากเมืองล้านช้างและมีอาชีพเลี้ยงช้างอีกด้วย จึงตั้งหมู่บ้านที่ตนมาตั้งถิ่นฐานว่าบ้านช้าง และได้สร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นที่บำเพ็ญกุศลในหมู่บ้าน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2497
ดูพิกัด
แหล่งรวมสินค้าบริการเกี่ยวกับยา คลังยา ยาสมุนไพร และยารักษาโรคต่างๆ
ดูพิกัด
โรงแรมระดับ 1.5-ดาว แห่งนี้ให้บริการห้องพัก 20 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นยอด ห้องพักทุกห้องของที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีพนักงานต้อนรับไว้นำเสนอให้แก่ลูกค้า โรงแรมได้ผสมผสานการบริการอย่างเชี่ยวชาญกับสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัยเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างความทรงจำอันน่าประทับใจ
ดูพิกัด
กาแฟสูตรพิเศษ รสชาติหอมละมุน
ดูพิกัด
โรงแรมยอดนิยมระดับ 3-ดาว ห้องพักทั้งหมด 320 ห้องแห่งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นยอดมากมายไว้คอยบริการแก่ลูกค้า นอกจากนี้ ยังมีรูมเซอร์วิสตลอด 24 ชั่วโมง มีร้านค้า คอฟฟี่ช็อป และผับบาร์ ไว้ให้บริการ รวมถึงมีบริการนวด ห้องฟิตเนส ซาวน่า และสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ซึ่งโรงแรมที่มีเสน่ห์แห่งนี้ก็ได้รับความนิยมมายาวนานทั้งจากผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวและมาติดต่อธุรกิจในพัทยา
ดูพิกัด
ร้านขายปลีก ขายส่ง อุปกรณ์เสริมสวย เครื่องสำอางค์ และผลิตภัณฑ์ความงามทุกประเภท
ดูพิกัด
ติดต่อเรา

สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
๖๖๖ ชั้น ๒๐ ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

โทรศัพท์ ๐ ๒๔๒๒ ๘๘๙๕-๙๙,๐ ๒๔๒๒ ๘๙๐๑
โทรสาร ๐ ๒๔๒๒ ๘๙๐๒
สนับสนุนโดย
© Copyright 2012 - 2020 All rights reserved : Ministry of Culture Thailand