Cultural Map @CHONBURI TH · รายการสารคดี · เส้นทางวัฒนธรรม · พิกัดสถานที่ · คำถามที่พบบ่อย  

รายการสารคดี,
เส้นทางวัฒนธรรม,
พิกัดสถานที่.
ข้อมูลเพิ่มเติม
Find out real Chonburi

เพิ่มเติม ...
Video description here.

เพิ่มเติม ...
เส้นทางวัฒนธรรม
นายกฯแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการพัฒนา สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติชุดใหม่
วธ.จัดกิจกรรมส่งเสริมภาพยนตร์ไทยในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ ครั้งที่ ๖๕
วธ.แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ๔ ตำแหน่ง
กระทรวงวัฒนธรรมเชิญชวนประเทศอาเซียนร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมของไทย
กระทรวงวัฒนธรรมจัดการแสดงวัฒนธรรมนานาชาติทางพุทธศาสนา เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองพุทธชยันตี2,600 ปี การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเสนอรายชื่อเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ และการรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมผู้นำเยาวชน ณ ประเทศญี่ปุ่น
/ พิกัดสถานที่
/ ศิลปะ / วัฒนธรรม / ประวัติศาสตร์ / พักผ่อน
หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของจังหวัดชลบุรี เนื้อหาภายในเล่มประกอบด้วย ประวัติบุคคลสำคัญ ประวัติต้นพระศีมหาโพธิชลบุรี ประวัติการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ร. 5 และประวัติพระเกจิอาจารย์ เช่น หลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ หลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์ เป็นต้น นอกจากนี้ได้กาล่าวถึงเรื่องของวรรณคดี วัฒนธรรม และประเพณีของจังหวัดชลบุรี เช่น ประเพณีวิ่งควาย รวมถึงสถานที่สำคัญต่าง ๆ เช่น พระจุฑาธุรราชฐานและพระตำนักอื่น ๆ ซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้สร้างขึ้น มีการรวบรวมร้านค้าจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก ของชำร่วย ร้านอาหาร รวมถึงที่พัก เช่น โรงแรม รีสอร์ท บังกะโล พร้อมแผนที่ตัวเมืองจังหวัดชลบุรี และแผนที่แต่ละอำเภอในจังหวัดชลบุรี
ดูพิกัด
หนังสือเรื่องอำเภอพนัสนิคมจังหวัดชลบุรีไม่ใช่เมืองพระรถในประวัติศาสตร์ เล่มนี้ เขียนโดยอาจารย์เจริญ ชยุติมันดำรง ซึ่งได้รวบรวมบทความต่าง ๆ ที่เคยเขียนและพิมพ์เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เสียงเมืองชล ประมาณ 44 เรื่อง โดยให้ชื่อคอลัมน์ว่า นครอินทปัตถ์ที่ถูกลืม หรือ พนัสนิคมไม่ใช่พระรถ แต่ละบทความจะให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา วิวัฒนาการ ความเจริญทางด้านวัฒนธรรม การปกครอง ประชากร วัตถุโบราณ โบราณสถานของอำเภอพนัสนิคม นอกจากนี้ยังกล่าวถึงตำนานเรื่องพระรถ-เมรี โดยย่อ ท้ายเล่มมีบรรณานุกรมประกอบด้วย
ดูพิกัด
หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของจังหวัดชลบุรี เนื้อหาภายในเล่มประกอบด้วย ประวัติบุคคลสำคัญ ประวัติต้นพระศีมหาโพธิชลบุรี ประวัติการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ร. 5 และประวัติพระเกจิอาจารย์ เช่น หลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ หลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์ เป็นต้น นอกจากนี้ได้กาล่าวถึงเรื่องของวรรณคดี วัฒนธรรม และประเพณีของจังหวัดชลบุรี เช่น ประเพณีวิ่งควาย รวมถึงสถานที่สำคัญต่าง ๆ เช่น พระจุฑาธุรราชฐานและพระตำนักอื่น ๆ ซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้สร้างขึ้น มีการรวบรวมร้านค้าจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก ของชำร่วย ร้านอาหาร รวมถึงที่พัก เช่น โรงแรม รีสอร์ท บังกะโล พร้อมแผนที่ตัวเมืองจังหวัดชลบุรี และแผนที่แต่ละอำเภอในจังหวัดชลบุรี
ดูพิกัด
พระครูไพศาลสารธรรม(เล่าปี่ ทองสงวน) อดีตเจ้าอาวาสวัดโคกท่าเจริญ เกิดที่ บ้านสามโคก จ. ปทุมธานี เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2433 บิดาชื่อ นายอาน มารดาชื่อ นางรอด นามสกุล ทองสงวน ครั้นเจริญวัยแล้วได้ตอดตามบิดามารดามาอยู่ที่ บ้านท่าตะกูด ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี บิดาได้ส่งไปเรียนหนังสือไทยที่โรงเรียนวัดกลางบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จนกระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ท่านได้อุปสมบทที่วัดโคกเจริญ อ.พานทอง วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2453 เมื่อท่านได้บวชแล้วได้ศึกษาพระธรรมวินัยตามวิสัยสมณะ จนมีความรู้ความสามารถในกิจการสงฆ์และได้เรียนวิชาโหราศาสตร์เวทมนต์คาถาอาคมต่าง ๆ ปีพ.ศ.2480 ได้รับพระราชทานสรณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูไพศาลสารธรรม นอกจากท่านจะปกครองดูแลในกิจการคณะสงฆ์แล้วท่านยัวเป็นหมอดู หมอยาเป็นที่พึ่งของชาวบ้านบริเวณใกล้ไกลที่มีความเดือดร้อน เมื่อท่านชราภาพมาก และยังมีโรคมาเบียดเบียน จนมรณภาพในวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2505 สิริอายุได้ 72 ปี พรรษา 52
ดูพิกัด
คัมภีร์โรคนินทาน เป็นหนังสือสมุดไทยประเภทสมุดไทยขาว ว่าด้าย 1.ตำราแก้ธาตุ ทั้ง 4 ของร่างกาย คือ ปฎวิธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ 2.ตำราดูฤกษ์ในการดินยา 3.ยาแก้โรคต่างๆ เช่นยามะบันจบ ยาแก้ไข้ ยาแก้ปาก ยาทาตัว เป็นต้น (เอกสารที่ ชบ.ส.87)
ดูพิกัด
ได้รับคำแนะนำมาจากผู้รู้ และได้นำความรู้มาทดลองเพาะเห็ดฟางด้วยตนเอง จนเกิดความชำนาญ และได้ถ่ายทอดวิชาการเพาะเห็ดฟางให้กับสมาชิกภายในกลุ่มได้เป็นอย่างดี สามารถจำหน่ายเห็ดฟางมีรายได้เพิ่มขึ้น เดือนละ 2,000-5,000 ต่อเดือน จากนั้นได้เผยแพร่ให้แก่เยาวชนเพื่อเกิดการเรียนรู้และนำมาประกอบการเรียนได้ถึงวิธีการทำและการนำไปทดลอง
ดูพิกัด
ปลูกผักไฮโดรโพนิกส์และโฟมเพาะเมล็ดต้นกล้ากับโฟมลงแปลง ที่(พนัสไฮโดรโปรดักส์ ฟาร์มพืชไร้ดิน) เป็นศูนย์ปลูกพืชแบบไร้ดิน ไร้สารพิษ เช่น ผักบุ้งจีน ผักสลัด โดยมีกระทรวงสาธารณะสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาทำการตรวจสอบและออกใบรับรองการทำการเกษตรแบบไฮโดรโปรนิคส์ ให้ความรู้แก่เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา
ดูพิกัด
น้ำสมุนไพรจากรากสามสิบ เป็นยาสมุนไพรที่มีมานานแล้ว สรรพคุณ คือ ขับปัสสาวะ บำรุงทารกในครรภ์ บำรุงกำลัง รักษาอาการประจำเดือนผิดปกติ มีกรตในกระเพาะมากเกินไป กระเพาะอาหารเป็นแผล อาหารไม่ย่อย แก้บิด ติดเชื้อที่หลอดลม ปวดข้อและคอ ส่วนผสม คือ รากสามสิบ และน้ำสะอาด นำรากสามสิบต้มลงในน้ำเดือด เคี่ยวประมาณ ๓ ชั่วโมง สามารถปรุงรสได้ตามชอบใจโดยเพิ่มน้ำตาลกรวดและใบเตยลงไป เพื่อเพิ่มความหอมหวาน สามารถรับประทานต่างน้ำได้ตลอดวัน ข้อควรระวัง เนื่องจากสมุนไพรชนิดนี้หายไปจากสังคมมานาน การที่จะนำมาใช้เป็นยาอีกครั้งควรระวัง เพราะสมุนไพรที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสไตรเจน จึงห้ามใช้ในสตรีที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง
ดูพิกัด
วงกลองยาว “เพชรไพลิน” นายสุรินทร์ มีจั่นเพชร เป็นคนที่ศรีราชาบริเวณที่พักอาศัยเป็นภูเขา เป็นบริเวณทางเข้าวัดเขากิเลน มีบุตรชาย ๒ คน บุตรหญิง ๒ คน แต่ก่อนมีฐานะไม่ดี จึงอาศัยดูและลักจำในด้านการแสดงและวิธีการทำกลองยาวจากญาติผู้ใหญ่ เคยศึกษาที่โรงเรียนศรีราชาจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ต่อมาได้บวชเป็นเณร และศึกษาวิธีการทำกลองยาว และเริ่มทำจริง เมื่ออายุ ๑๗ ปีโดยทำไปเล่นที่งานสงกรานต์ อำเภอสัตหีบ วัสดุในการทำกลองยาวหาได้จากป่า บริเวณใกล้บ้านที่อาศัยอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นภูเขาไม้ขนุนส่วนมากจะหาได้จากอำเภอสัตหีบ หรือหาตามป่าใกล้เคียง ตามการก่อสร้างที่มีการตัดต้นไม้เพื่อทำหมู่บ้านหรือโครงการต่าง ๆ อยู่บ้านเลขที่ ๒๒๗ หมู่ ๒ ตำบลศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
ดูพิกัด
ชอบการประดิษฐ์คิดค้นมาตั้งแต่หนุ่มได้รับการถ่ายทอดการทำสายรุ้งมาจากบิดา ทั้งฉัตร ตุ้ม และมะโหด เพื่อใช้ในพิธีต่างๆ เช่น ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า บวชนาค เป็นต้น ในสมัยก่อนการจัดงานดังกล่าวจะต้องมีการจัดสายรุ้ง และประดับบริเวณศาลาวัด ในหมู่บ้าน และรอบๆ บ้าน
ดูพิกัด
"วัดสัตหีบเป็นวัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชลบุรี ผู้คนมักจะเรียกกันว่าวัดหลวงพ่ออี๋ เนื่องจากหลวงพ่ออี๋เป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นในปี พ.ศ. 2442 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งในปัจจุบันมีผู้เลื่อมใสในหลวงพ่ออี๋ ต่างพากันมาทำบุญและปิดทองนมัสการรูปหล่อของท่านที่วัดเป็นจำนวนมาก พระครูวรเวทมุนี หรือที่รู้จักกันว่าหลวงพ่ออี๋นั้น มีประวัติกล่าวว่าท่านเป็นชาวสัตหีบโดยกำเนิด มีบิดาชื่อ นายขำ และมารดาขื่อ นางเอียง ทองขำ ท่านได้เข้าบรรพชาเป็นภิกขุที่วัดอ่างศิลาเมื่ออายุได้ 25 ปี โดยได้ศึกษาพระธรรมวินัยพร้อมทั้งพระพุทธมนต์จนขึ้นใจ และต่อมาได้ไปศึกษาวิปัสสนาธุระในสำคัญของหลวงพ่อปาน ที่จังหวัดสมุทรปราการ จนกระทั่งชำนาญในด้านวิปัสสนากรรมฐาน จึงกลับมาจำพรรษาที่วัดอ่างศิลาอีกครั้งเมื่อครบพรรษาที่ 11 ได้กลับมาเยี่ยมญาติที่วัดสัตหีบ โดยในพรรษานั้นเองท่านได้ร่วมกับญาติโยมย้ายสำนักสงฆ์เดิมที่อยู่หัวตลาด มาสร้างที่วัดสัตหีบในปัจจุบัน โดยหลวงพ่ออี๋ท่านได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสคนแรกปกครองวัดสัตหีบ พัฒนาเสนาสนะต่างๆ จนมีความเจริญรุ่งเรืองสืบมา และจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้เป็นเวลากว่า 47 พรรษา จนกระทั่งท่านได้ลาสังขารไปในปี พ.ศ.2489 กล่าวกันว่าหลวงพ่ออี๋เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านวิปัสสนากรรมฐาน และการบริกรรมคาถา ครั้งเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ได้จัดสร้างวัตถุมงคลต่างๆ ไว้แจกจ่ายเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ประชาชนเป็นจำนวนมาก เช่นผ้ายันต์ ผ้าพันหมวกให้ทหารเรือไว้ติดตัว หรือที่ชื่อรู้จักกันอย่างแพร่หลายมากที่สุด คือ ปลัดขิก ที่มีกิตติศัพท์ในด้าน สิริมงคลทำมาค้าขึ้น ซึ่งผู้คนยังให้ความนิยมและต่างเสาะหากันมาบูชาด้วยศรัทธาที่ไม่เคยจาง"
ดูพิกัด
ตั้งอยู่ในเขต อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี เป็นเมืองโบราณในวัฒนธรรมทวารวดี ผังเมืองเป็นรูปวงรี 2 ชั้น มีคูนำคันดินล้อมรอบ คูเมืองชั้นนอกมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1,100 เมตร ปัจจะบันยังคงมีแนวปรากฎให้เห็นชัดเจนทางด้านเหนือของเมือง ส่วนด้านอื่น ๆ ถูกทำลายไปเกือบหมด คูเมืองชั้นในมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 600 เมตร ภายในเมืองไม่พบเนินโบราณสถาน จากคำบอกกล่าวของชาวบ้านกล่าวว่าเคยพบโครงกระดูก กำไลสำริด และหม้อดินเผาจากหลักฐานทางโบราณคดีสันนนิษฐานว่าเมืองพญาเร่นี้คงเป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่ในเส้นทางการติดต่อระหว่างชุมชนในเขตชลบุรีและระยองในราวสมัยพุทธศตวรรษที่ 12-16 เป็นส่วนหนค่งของเครือข่ายการติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนในสมัยโบราณของภาคตะวันออก
ดูพิกัด
วัดเนินสังข์สฤษฎาราม ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 14 ไร่ 3 งาน 2 ตารางวา ตั้งเมื่อพ.ศ.2337 ไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้าง เดิมชื่อวัดเนินมะขามป้อม ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดเนินสังข์สฤษฏาราม ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 ปัจจุบันมีโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม
ดูพิกัด
พระเหลืองนี้ตั้งอยู่บนเนินเขากลางเกาะ เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และมีถ้ำจักรพงษ์ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมไปไหว้พระ นอกจากนั้นบนเนินเขานี้ยังมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล แม้จะไม่สูงมากเหมือนจัดชมวิวอันเป็นที่ตั้งของรอยพระพุทธบาทก็ตาม
ดูพิกัด
ศาลาเทศบาลเมืองชลบุรี อยู่ในเขตตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมือง ฯ เดิมเป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัด สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ชั้นเดียวยกพื้นสูง เป็นอาคารขนาดใหญ่ หลังคาทรงปั้นหยา ด้านหน้าอาคารมีมุขยื่น ส่วนบนของมุขก่ออิฐเป็นแผงยกขึ้นไปสูงเท่าความสูงของหลังคา ตอนบนทำเป็นซุ้มโค้ง แบบตะวันตก ที่เรียกว่ามงกุฎ มีเสาหลอกลดหลั่นกันไป หัวเสาประดิษฐ์เป็นรูปหม้อน้ำแบบตะวันตก ส่วนกลางใต้ซุ้มโค้งมีรูปสัญญลักษณ์ของจังหวัดชลบุรี
ดูพิกัด
สถานที่ออกกำลังกายที่รวมการออกกำลังกายรูปแบบต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย
ดูพิกัด
สวนร่มรื่นที่สามารถพบปะผู้คน วิ่งออกกำลังกาย เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ
ดูพิกัด
โรงแรมระดับ 1-ดาว แห่งนี้ให้บริการห้องพัก 16 ห้อง ซึ่งได้รับการตกแต่งให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ห้องพักทุกห้องของที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีรูมเซอร์วิส บาร์ ผับ และบริการซักรีดซักแห้ง แขกผู้เข้าพักจะพบว่าโรงแรมซึ่งมุ่งเน้นการให้บริการด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยอดเยี่ยมแห่งนี้นับเป็นสถานที่พักอันคุ้มค่า
ดูพิกัด
โรงแรมฟูราม่า จอมเทียน บีชตั้งอยู่บนหาดจอมเทียนที่ยังคงความงามตามธรรมชาติไว้ได้มาก อาคารสูง 38 ชั้นแห่งนี้เป็นอาคารใหม่ล่าสุดที่ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับท้องฟ้าของเมืองพัทยา ห้องพัก 450 ห้องมีระเบียงส่วนตัวซึ่งเมื่อมองออกไปจะสามารถมองเห็นวิวของเมืองพัทยาที่น่าประทับใจและผู้เข้าพักยังจะได้เย็นสบายกับสายลมทะเลที่พัดเกือบตลอดเวลา จากนั้นเติมเต็มวันพักผ่อนของคุณด้วยกิจกรรมมากมายอาทิ เช่น เจ็ทสกี การพายเรือคายัก การดำนำแบบสนอร์เกิ้ล การตกปลาหรือคุณอาจเลือกที่จะเดินเล่นบนหาดทรายก็ได้ สำหรับสีสันยามค่ำคืนที่น่าตื่นเต้นของพัทยาก็อยู่ไม่ไกลและสามารถไปถึงได้ด้วยรถรับ-ส่งจากโรงแรมที่ออกตามตารางเวลา
ดูพิกัด
อาหารอร่อย บรรยากาศดี ดนตรีไพเราะ
ดูพิกัด
ติดต่อเรา

สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
๖๖๖ ชั้น ๒๐ ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

โทรศัพท์ ๐ ๒๔๒๒ ๘๘๙๕-๙๙,๐ ๒๔๒๒ ๘๙๐๑
โทรสาร ๐ ๒๔๒๒ ๘๙๐๒
สนับสนุนโดย
© Copyright 2012 - 2020 All rights reserved : Ministry of Culture Thailand