Cultural Map @CHONBURI TH · รายการสารคดี · เส้นทางวัฒนธรรม · พิกัดสถานที่ · คำถามที่พบบ่อย  

รายการสารคดี,
เส้นทางวัฒนธรรม,
พิกัดสถานที่.
ข้อมูลเพิ่มเติม
Find out real Chonburi

เพิ่มเติม ...
Video description here.

เพิ่มเติม ...
เส้นทางวัฒนธรรม
นายกฯแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการพัฒนา สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติชุดใหม่
วธ.จัดกิจกรรมส่งเสริมภาพยนตร์ไทยในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ ครั้งที่ ๖๕
วธ.แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ๔ ตำแหน่ง
กระทรวงวัฒนธรรมเชิญชวนประเทศอาเซียนร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมของไทย
กระทรวงวัฒนธรรมจัดการแสดงวัฒนธรรมนานาชาติทางพุทธศาสนา เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองพุทธชยันตี2,600 ปี การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเสนอรายชื่อเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ และการรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมผู้นำเยาวชน ณ ประเทศญี่ปุ่น
/ พิกัดสถานที่
/ ศิลปะ / วัฒนธรรม / ประวัติศาสตร์ / พักผ่อน
เนื้อหาสาระภายในเล่มกล่าวถึง เอกลักษณ์ และภูมิปัญญาของชลบุรีประกอบด้วยตราประจำจังหวัดชลบุรี คำขวัญประจำจังหวัด รวมถึงประวัติพุทธสมาคมจังหวัดชลบุรี ในช่วงแรก ถัดมาเป็นเนื้อหาการให้ข้อมูลเอกลักษณ์ท้องถิ่น ลักษณะภูมิศาสตร์จังหวัด มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของท้องถิ่น ประวัติเมืองในยุคแรกถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ประเพณีต่าง ๆ พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจของจังหวัดอาหารและขนบพร้อมกับกล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชที่มีต่อพสกนิกรจังหวัดชลบุรี และข้อมูลประชากรที่นับถือศาสนาต่าง ๆ ในจังหวัดชลบุรี
ดูพิกัด
พระครูไพศาลสารธรรม(เล่าปี่ ทองสงวน) อดีตเจ้าอาวาสวัดโคกท่าเจริญ เกิดที่ บ้านสามโคก จ. ปทุมธานี เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2433 บิดาชื่อ นายอาน มารดาชื่อ นางรอด นามสกุล ทองสงวน ครั้นเจริญวัยแล้วได้ตอดตามบิดามารดามาอยู่ที่ บ้านท่าตะกูด ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี บิดาได้ส่งไปเรียนหนังสือไทยที่โรงเรียนวัดกลางบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จนกระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ท่านได้อุปสมบทที่วัดโคกเจริญ อ.พานทอง วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2453 เมื่อท่านได้บวชแล้วได้ศึกษาพระธรรมวินัยตามวิสัยสมณะ จนมีความรู้ความสามารถในกิจการสงฆ์และได้เรียนวิชาโหราศาสตร์เวทมนต์คาถาอาคมต่าง ๆ ปีพ.ศ.2480 ได้รับพระราชทานสรณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูไพศาลสารธรรม นอกจากท่านจะปกครองดูแลในกิจการคณะสงฆ์แล้วท่านยัวเป็นหมอดู หมอยาเป็นที่พึ่งของชาวบ้านบริเวณใกล้ไกลที่มีความเดือดร้อน เมื่อท่านชราภาพมาก และยังมีโรคมาเบียดเบียน จนมรณภาพในวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2505 สิริอายุได้ 72 ปี พรรษา 52
ดูพิกัด
หนังสือเล่มนี้จัดเป็นหนังสือทางด้านประวัติศาสตร์ของเกาะสีชัง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็นพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เนื้อหาภายในเล่มกล่างถึงลักษณะภูมิประเทศ ความเป็นมาและประวัติศาสตร์องเกาะสีชัง ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 เกาะสีชังเป็นเกาะที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และอยู่ในลักษณะเป็นส่วนที่มีความอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง เพราะเคยเป็นเกาะที่เสด็จประพาสและที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดินถึง 3 พระองค์ คือ รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 รัชการที่ 6 พร้อมทั้งมีภาพแผนที่เกาะสีชังของพ.ศ. 2453 ประกอบด้วย และได้กล่าวถึงประวัติ ความเป็นมาความรู้ด้านต่างๆเกี่ยวกับพระราชวังจุฑาธุชราชฐานและวัดอัษฎางคนิมิตร อละวัดทิศธรรมสภาราม มีการเล่าเรื่องการเปิดโรงเรียนที่เกาะสีชัง นอกจากนี้ยังได้รวบรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเกาะสีชังในรัชกาลที่ 5 ซึ่งเก็บความจากหนังสือราชกิจจานุเบกษา เช่น เรื่องเสด็จประพาสเกาะสีชัง การรื่นเริงงานครบรอบพระชนมพรรษาสมเด็จเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ ฯลฯ
ดูพิกัด
ประวัติของท่านไม่ปรากฎแน่ชัดนัก ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงเรื่องที่เล่าต่อ ๆ กันมาว่าท่านเกิดราวปลายรัชกาลที่ 2 ครอบครัวเป็นชาวประมง จังหวัดเพชรบุรี ท่านได้อุปสมบทที่วัดพระทรงและต่อมาในภายหลังได้ออกธุดงค์ไปสักระยะหนึ่งท่านก็มาบูรณปฎิสังขรณ์วัดเครือวัลย์ที่จังหวัดชลบุรี หลวงพ่อแก้วท่านมีคุณธรรมเป็นเวทมนต์คาถาอาคม ขลังและศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ในองค์พรหมวิหาร มีเมตตาและอุเบกขาเป็นภาคพื้นของใจ เมื่อมีอุเบกขาเป็นที่พำนัก ท่านจึงชอบสร้างพระเป็นรูปแบบปิดตา พรพแบบปิดตาเป็นสัญลักษณ์หมายถึงไม่ดูไม่มองอะไร ตั้งความเมตตาและกรุณาเที่ยงตรงต่อเพื่อนมนุษย์ แลสัตว์เหล่าอื่นเสมอเหมือนกันหมด ซึ่งปัจจุบันพระปิดตาที่ท่านสร้างขึ้นเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายและท่านก็ถือได้ว่าเป็นสุดยอดพระเกจิชื่อด้งองค์หนึ่ง
ดูพิกัด
หนังสือเล่มนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี จัดพิมพ์ถวายมุทิตาสักการะทำบุญมงคลอายุครบ 6 รอบ (72 ปี ) แต่เจ้าอาวาสวัดใหญ่อินทราราม (พระอารามหลวง) เนื่องในมหามงคลสมัยพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พระมหาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสมณศักดิ์เป็นกรณีพิเศษให้พระปริยัติธาดาเข้าอาวาสวัดใหญ่อินทราราม รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุร เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชเทินนามที่ พระราชสิทธิวิมล เนื้อหาภายในเล่มแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกกล่าวถึงสัญญาบัตรและประวัติของพระราชสิทธิวิมล ประวัติวัดใหญ่อินทราราม โดยการให้ข้อมูลอย่างละเอีอดตามลำดับตั้งแต่ที่มาของวัด ผู้สร้างวัด ที่ตั้งของวัด พร้อมเหตุการณ์ของวัดตามพงศวดาร เริ่มตั้งแต่เหตุการณ์ระหว่างพระเจ้าตากกับนายทองอยู่น้อยและวัดใหญ่อินทาราม อาณาเขตที่พระเจ้าตากตั้งตัวเป็นอิสระ พระเจ้าตากเข้าตีเมืองจันทบุรี และเมืองตราด รวมถึงข้อมูลบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวัดใหญ่อินทาราม ในช่วงที่ 2 เป็นภาคผนวก ให้ข้อมูลสัญญาบัตรของวัดใหญ่อินทราราม ข้อความหลังแผ่นป้ายชื่อวัดใหญ่อินทราราม พระอารามหลวงพร้อมรายชื่อผู้มีจิตศรัทธาขอรับผ้ากฐินพระราชทานทอดถวายวัดใหญอินทราราม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 ถึงพ.ศ. 2550 รายชื่อปางพระพุทธรูปสมัยต่าง ๆ จำนวน 55 ปาง รายชื่อพระพุทธเจ้า ในอดีตจำนวน 24 พระองค์ รวมถึงภาพปริศนาธรรมด้านทิศตะวันออกหน้าพระประธาน ภาพปริศนาธรรมฝาผนังด้านทิศตะวันตก หลังพระประธาน ภาพปริศนาธรรมเรื่องธรรมาธรรมะสงคราม ความศักดิ์สิทธิ์และอภินิหารของหลวงพ่อเฉย กรรมวิธีการเทปูนฉาบฝาผนังและการเขียนภาพ รวมถึงภาษิต-คำคม คำกลอน ข้อคิด สมบัติของผู้ดีที่น่าศึกษา พร้อมภาพประกอบภายในเล่ม
ดูพิกัด
โดยเริ่มจากการถ่ายทอดความรู้จากชาวบ้านด้วยกัน ซึ่งทำเป็นอาชีพมาเป็นระยะเวลานานแล้ว ในการทำพัดใบตำลึงต้องรู้จักเลือกไม้ไผ่ ขนาดและความแก่อ่อนของลำไม้ต้องพอดี หลังจากนั้นก็นำไม้ไผ่มาจักตอกเป็นเส้นเล็กใหญ่ตาม ต้องการ นำไปตากแดด แล้วนำไปสานเมื่อสานเสร็จก็จะลงน้ำมันวานิชให้สวยงามและเป็นเงา
ดูพิกัด
เป็นประเพณีที่มีการสืบทอดกันมาเหมือนในอดีต ที่มีการประยุกต์หรือปรับเปลี่ยน และมีแนวโน้มจะสูญหาย จึงสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่ตลอดไป ซึ่งจะทำในวันที่ 12-17 เมษายน ของทุกปี ซึ่งนับได้ว่าประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความกตัญญูต่อผู้สูงอายุ เป็นการรวมพลังความสามัคคี และเป็นการอนุรักษ์สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีไทยให้คงอยู่ตลอดไป
ดูพิกัด
เป็นงานประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านานของชาวอำเภอพนัสนิคม ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ของสัปดาห์แรกเดือนพฤษภาคม หรือเดือน 6 ของไทย ชาวบ้านจะนำอาหารมาร่วมกันทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้พระภูมิเจ้าที่เจ้ากรรมนายเวร ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อขับไล่สิ่งเลวร้าย ให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธ์ธัญญาหารสมบูรณ์ หลังพิธีสงฆ์จะมีการรับประทานอาหารร่วมกัน การละเล่นพื้นบ้าน และสาธิตการทำเครื่องจักสานพนัสนิคม
ดูพิกัด
ผลงานศิลปินดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม จังหวัดชลบุรี ประจำปี พ.ศ.2545 นายประดิษฐ์ อินทนล ได้เริ่มฝึกหัดเครื่องดนตรี เช่น ฆ้องวง ระนาดเอก ตั้งแต่อายุ ๕ ขวบ จากบิดา ซึ่งเป็นครูสอนดนตรีไทย มีความรู้สึกชอบ สนุก และเป็นสุขครั้งที่ได้เล่นดนตรีไทย จึงได้ฝึดหัดเล่นเริ่มออกงานได้เมื่ออายุ 85 ขวบ โดยแสดงกับวงของของคุณพ่อในงานทำบุญ เทศกาล งานประเพณีต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานศพ งานขึ้นบ้านใหม่ และงานที่ทำให้ได้ฝึกฝนต่อเพลงขั้นสูงเพิ่มมากขึ้น ก็คือการไปแสดงดนตรีประกอบการแสดงนาฎดนตรีให้คณะลิเกที่มีชื่อเสียงที่มาแสดงตามสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดภาคตะวันออก วันหยุด เสาร์-อาทิตย์ และปิดเทอม จะติดตามบิดาไปร่วมเล่นดนตรีตลอด มีความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ช่วยทางบ้านทำงาน บิดาเห็นว่าเป็นผ้มีความสามารถทางด้านดนตรี เพราะสามารถต่อเพลงยากๆ ได้รวดเร็วไม่ลือมง่ายและขยันฝึกซ้อม วึงคิดจะให้เป็นนักดนตรีเมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาตอนต้น(ป.4) จึงให้หยุดเรียนแต่มีคนทักท้วงว่าเรียนหนังสือดีควรส่งเสริม บิดาจึงอนุญาตให้เรียนต่อจนจบระดับปริญญาตรี ในช่วงนี้ได้มีโอกาสศึกษาดนตรีไทยให้ถูกแบบแผนมากยิ่งขึ้น เพราะได้ฝึกเรียนระนาดเอกกับอาจารย์คุณหญิงชิ้น ศิปบรรเลง และอาจารย์ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง มีโอกาสได้แสดงดนตรีไทยครั้งสำคัญๆ หลายครั้ง เช่น ได้บรรเลงดนตรีไทยถวายหน้าพระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และพระบรมวงศานุวงศื บรรเลงต้นรับแขกเมือง ณ ทำเนียบรัฐบาล สำนักนายกรัฐมนตรี ฯลฯ
ดูพิกัด
เนื่องจากสมัยก่อนยังไม่มีประเพณีการใส่รองเท้าอย่างปัจจุบันนี้ จึงไม่มีใครใส่รองเท้าเดินในหมู่บ้าน ดังนั้น ก่อนขึ้นบ้านจึงต้องทำความสะอาดเท้าในอ่างล้างเท้าที่ทำด้วยปูนซีเมนต์เป็นรูปสี่เหลี่ยมบ้าง หกเหลี่ยมบ้าง ดีกว่าการตักน้ำล้างเท้าเหมือนก่อนที่สิ้นเปลืองน้ำมากกว่า เป็นสมบัติของวัดโบสถ์ ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี พระสงฆ์ในวัดร่วมกับชาวบ้านจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นที่รวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้เก่าๆของชาวบ้านในตำบลวัดโบสถ์และพื้นที่ใกล้เคียงตั้งแต่สมัยโบราณที่พอหาได้มาเก็บรักษาไว้ให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้ศึกษาค้นคว้า นับเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านของบรรพบุรุษไทยส่วนหนึ่ง
ดูพิกัด
วัดศรีประชาราม ตั้งอยู่ที่ บ้านสัตตพงษ์ ต.บ้านเก่า ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 9 ไร่ 2 งาน วัดนี้ตั้งเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2490 โดยชาวบ้านได้ร่วมกันบริจาคปัจจัยซื้อที่ดินถวาย การก่อสร้างวัดได้รับศรัทธาจากชาวบ้านด้วยดีเสมอมา โดยเฉพาะในยุคของพระทองคำ กนิโก ได้รับการพัฒนาอย่างมาก ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2496 ปัจจุบันมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม
ดูพิกัด
"พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี (ตึกพระพันวัสสา) เป็นส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2445 ด้วยทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์แก่ชาวศรีราชาและประชาชนในท้องถิ่นใกล้เคียง ซึ่งมีการจัดแสดงนิทรรศการถาวรภายในอาคารพระพันวัสสา ประกอบไปด้วย 4 หัวข้อ 4 ห้องด้วยกัน ในส่วนห้องโถงด้านหน้าจัดแสดงพระบรมรูปสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ซึ่งเป็นพระบรมรูปที่จัดไว้ด้านหน้าพระบรมโกศของพระองค์ และยังมีโครงการขยายพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ไปสู่ด้านล่างเพื่อจัดแสดงอุปกรณ์ทางการแพทย์ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน "
ดูพิกัด
"เป็นหาดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของเมืองพัทยา เดิมชื่อว่า ทัพพระยา เนื่องจากพระเจ้าตากสินยกทัพมาพักอยู่ในบริเวณชายหาด ก่อนที่จะไปถึงเมืองจันทบุรี ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีโรงแรมและสถานบันเทิงบริการตลอดเวลา ระยะทางทั้งหมดประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นหาดที่มีถนนเลียบชายหาดที่ร่มรื่นด้วยพรรณไม้นานาชนิด ชายหาดทางด้านเหนือเป็นบริเวณที่ค่อนข้างเงียบสงบ นักท่องเที่ยวนิยมไปเล่นน้ำ นั่งพักผ่อน หรือเล่นกีฬาทางน้ำต่างๆ ส่วนชายหาดช่วงกลางไปจนถึงสุดหาดทางด้านใต้ เป็นบริเวณที่มีธุรกิจการบริการหนาแน่น ทั้งแหล่งอาหาร เครื่องดื่ม ห้างสรรพสินค้า ร้านขายของที่ระลึก ตลอดจนแหล่งบันเทิงเริงรมย์ต่างๆมากมาย ที่อยู่ : ในตัวเมืองพัทยา จากพัทยาเหนือถึงพัทยาใต้ การเดินทาง : ใช้เวลาในการเดินทาง 3 ชั่วโมงระยะทางจากกรุงเทพฯถึงพัทยาประมาณ 146กิโลเมตรสามารถใช้บริการรถโดยสารมีทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ และรถไฟ อยู่ทางด้านตะวันออกของอ่าวไทย ไปตามทางหลวงหมายสายสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) ประมาณ 150 กิโลเมตร การเดินทางไปพัทยาใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3 (บางนา-ตราด) ถึงบ้านนาเกลือ กิโลเมตรที่ 150 มีแยกขวาเข้าพัทยา"
ดูพิกัด
วัดป่าธรรมชาติ
ดูพิกัด
วัดหนองจับเต่า ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองจับเต่า ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 17 ไร่ 27 ตารางวา มีอาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ ศาลาการเปรียญ ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาบำเพ็ญกศล ฯลฯ วัดหนองจับเต่า ตั้งเมื่อพ.ศ. 2480 โดยชาวบ้านหนองจับเต่า ร่วมกันซื้อที่ดินแล้วบริจาคให้เป็นที่สร้างวัด และตั้งชื่อวัดตามชื่อของหมู่บ้าน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2496 ปัจจุบันมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอน
ดูพิกัด
ขนมหวาน หอมกรุ่น สดใหม่ ทุกวัน
ดูพิกัด
อาหารอร่อย บรรยากาศดี ดนตรีไพเราะ
ดูพิกัด
ห้องพักทุกห้องของที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นอกจากนี้ยังมีคอฟฟี่ช็อป บาร์ผับ บริการซักรีดซักแห้ง ร้านอาหาร และรูมเซอร์วิส รวมถึงมีบริการนวด ซาวน่า สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ชายหาดส่วนตัว และสวน สำหรับออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจ ลูกค้าที่แสวงหาส่วนผสมที่ลงตัวของความเอาใจใส่และสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย จะพบกับสิ่งเหล่านั้นได้ ณ โรงแรมที่ยอดเยี่ยมแห่งนี้
ดูพิกัด
โรงแรมระดับ 4-ดาว ห้องพักทั้งหมด 51 ห้อง พร้อมความสะดวกสบายและความผ่อนคลายเหมือนอยู่กับบ้าน มีรูมเซอร์วิส 24 ชั่วโมง ร้านค้า คอฟฟี่ช็อป และผับบาร์ เพื่อเติมเต็มการพักผ่อนของคุณให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น รวมถึงมีสระว่ายน้ำในร่ม สโมสรสำหรับเด็ก ห้องฟิตเนส และซาวน่า ให้ได้ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจ โดยให้ความสำคัญกับความรู้สึกของลูกค้าเป็นหลัก คุณจึงมั่นใจได้ถึงความสะดวกสบายและความผ่อนคลาย
ดูพิกัด
โรงแรมระดับ 2-ดาว แห่งนี้ให้บริการห้องพัก 12 ห้อง พร้อมความสะดวกสบายและความผ่อนคลายเหมือนอยู่กับบ้าน ห้องพักทุกห้องของที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเพื่อมอบความสะดวกสบายให้แก่การเข้าพัก และมีรูมเซอร์วิส ผู้เข้าพักสามารถใช้บริการสวนเพื่อการออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจ ด้วยการให้บริการและต้อนรับด้วยไมตรีจิต จึงรับประกันได้ว่าท่านจะพึงพอใจกับการเข้าพักที่ Kiang Dow Resort
ดูพิกัด
ติดต่อเรา

สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
๖๖๖ ชั้น ๒๐ ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

โทรศัพท์ ๐ ๒๔๒๒ ๘๘๙๕-๙๙,๐ ๒๔๒๒ ๘๙๐๑
โทรสาร ๐ ๒๔๒๒ ๘๙๐๒
สนับสนุนโดย
© Copyright 2012 - 2020 All rights reserved : Ministry of Culture Thailand