Cultural Map @CHONBURI TH · รายการสารคดี · เส้นทางวัฒนธรรม · พิกัดสถานที่ · คำถามที่พบบ่อย  

รายการสารคดี,
เส้นทางวัฒนธรรม,
พิกัดสถานที่.
ข้อมูลเพิ่มเติม
Find out real Chonburi

เพิ่มเติม ...
Video description here.

เพิ่มเติม ...
เส้นทางวัฒนธรรม
นายกฯแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการพัฒนา สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติชุดใหม่
วธ.จัดกิจกรรมส่งเสริมภาพยนตร์ไทยในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ ครั้งที่ ๖๕
วธ.แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ๔ ตำแหน่ง
กระทรวงวัฒนธรรมเชิญชวนประเทศอาเซียนร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมของไทย
กระทรวงวัฒนธรรมจัดการแสดงวัฒนธรรมนานาชาติทางพุทธศาสนา เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองพุทธชยันตี2,600 ปี การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเสนอรายชื่อเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ และการรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมผู้นำเยาวชน ณ ประเทศญี่ปุ่น
/ พิกัดสถานที่
/ ศิลปะ / วัฒนธรรม / ประวัติศาสตร์ / พักผ่อน
หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์ขึ้นในโอกาสที่ยุวพุทธิกสมาคมชลบุรีมีอายุครบ 50 ปี นับตั้งแต่ได้จัดตั้งขึ้นมาเมื่อพ.ศ.2495 เป็นการบันทึกประวัติความเป็นมาพร้อมทั้งผลงานที่ได้ปฎิบัติและดำเนินการมาแล้วในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้เยาวชนที่จะมาสืบทอดงานยุวพุทธิกสมาคมชลบุรีได้เรียนรู้ ทราบแนวทาง นำไปบริหารงานในกาลข้างหน้าต่อไป ภายในเล่มประกอบด้วยพระวรธรรมคติและคติธรรมของพระสงฆ์ที่มีความสำคัญต่อจังหวัดชลบุรี ประวัติความเป็นมาของยุวพุทธิกสมาคมชลบุรีในพระสังฆราชูปภัมภ์ นโยบายของยุวพุทธิกสมาคมชลบุรีซึ่งกล่าวถึงงานและกิจกรรมด้านต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการพร้อมด้วยบทเพลงธรรมะซึ่งคุณสนิท ศิริวิสูตร ได้แต่งให้กับยุวพุทธิกสมาคมชลบุรี จำนวย 5 เพลง นอกจากนี้ยังได้นำเสนอการสรุปผลงานของยุวพุทธิกสมาคมชลบุรีในก้านต่าง ๆ ที่สำคัญและเงินทุนมูลนิธิ-ทุนนิธิ เพื่อใช้ในกิจกรรมของสมาคมพร้อมบัญชีรายนามผู้บริจาคด้วย
ดูพิกัด
ภายในเล่มให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของการเล่นท่ยโจ๊ก ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นบ้านประเภทหนึ่งของจังหวัดชลบุรี กล่าวถึงการเผยแพร่การเล่นทายโจ๊กในจังหวัด อธิบายถึงองค์ประกอบการเล่นทายโจ๊กได้แก่ สถานที่ อุปกรณ์ ของรางวัล นายโจ๊ก และผู้ทายหรือผู้ร่วมเล่น ให้ความรู้เรื่องประโยชน์ของการทายโจ๊ก กติกามารยาทในการทายโจ๊ก พร้อมทั้งต้วอย่างขั้นตอนวิธีการทายโจ๊ก และรูปแบบการทายโจ๊ก ท้ายเล่มมีบรรณานุกรมประกอบด้วย
ดูพิกัด
หนังสือเรื่องวัดนามะตูม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เล่มนี้เรียบเรียงโดยอาจารย์ วินัย ธรรมสาโรช ท่านได้กล่าวถึงประวัติของวัดนามะตูม ประวัติความเป็นมาของเมืองพนัสนิคม กับแขวง อำเภอ และตำบลนามะตูม การค้นหาชื่อจริงของเมืองโบราณที่พนัสนิคม การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นพนัสนิคม ได้แก่ การขุดค้นสำรวจที่โคกพนมดี ศิลปวัตถุที่เมืองที่เมืองพระรถ ตำบลหน้าพระธาตุ จารึกวัดเกาะแก้ว นครสวรรค์ที่พนัสนิคม พระพุทธพนัสบดี และกระถางปักธูป พร้อมภาพประกอบของโบราณวัตถุ และวัดที่สำคัญของพนัสนิคมมากมาย ท้ายเล่มผู้เขียนได้นำเสนอแจ้งความกระทรวงมหาดไทย เรื่องการตายกเมืองพนัสนิคม เมืองชลบุรี เมืองบางละมุง 3 เมืองนี้รวมเข้าในมณฑลปราจีณบุรี ซึ่งึดจากราชกิจจานุเบกษา เล่ม 11 แผ่นที่ 44 วันที่ 27 มกราคม รัตนโสนทรศก 27 113 และให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของพระพนัสบดีด้วย ภายในเล่มมีภาพสีของพระครูวิจิตรธรรมรัตน์ เจ้าอาวาสวัดนามะตูมองค์ปัจจุบัน ภาพจิตรกรรมฝาผนังและพระประธานในโบสถ์หลังใหม่ ภาพบุษบก พระพุทธรูป คชสีห์อยู่ในศูนย์ศิลป์ โรงเรียนพนัสวิทยาคาร ภาพพระพนัสบดีจำลอยและหอพระ ซึ่งเป็นภาพสีสวยงามมาก
ดูพิกัด
หนังสือเล่มนี้ พิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพพระเทพชลธารมุนี หรือหลวงพ่อวิเชียร เจ้าอาวาสวัดเครือวัลย์ เนื้อหาภายในเล่มกล่าวถึง ประวัติและผลงานของหลวงพ่อขณะมีชีวิตอยู่ รวมข้อมูลที่หลวงพ่อวิเชียร สร้างพระปิดตาหลวงพ่อแก้ว สมเด็จ ลูกประคำแร่น้ำพี้ สีผึ้งสาริกา และนางกวัก รุ่นต่าง ๆ ระหว่างพ.ศ. 2481 ถึงพ.ศ. 2536 รวม 38 รุ่น แต่ละรุ่นให้ข้อมูลที่พ.ศ. ที่สร้าง รูปแบบขององค์พระ พุทธคุณพร้อมภาพประกอบนอกจากนี้มีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับธรรมะ ข้อคิดกว่า 10 เรื่อง เช่น สาธุนรธรรม จดหมายจากพญายม เข็มขัดหยก หมูมือคน วิธีดับทุกข์เพราะ...ธรรมะ เจ้าเป็นใคร...เจ้าไปไหน ธรรมดาชีวิต กรรมบันดาล และคาถากันตาย
ดูพิกัด
เนื้อหาภายในเล่มประกอบด้วย ประวัติชลบุรี สถานที่สำคัญในชลบุรี และประเพณีท้องถิ่นจำนวน 14 รายการ ดังนี้ ประวัติชลบุรี ประวัติหนองมน ประวัติตำหนักมหาราช ตำหนักมหาราชินี ประวัติอ่างศิลา ประวัติเจ้าแม่สามมุข ประวัติเกะสีชัง ประเพณีคืออะไร ประเพณีวิ่งควายจังหวัดชลบุรี ประเพณีบุญกลางบ้าน และเผยแพร่เครื่องจักสานพนัสนิคม ประเพณีถีบกระดาน ประเพณีกองข้าวศรีราช ประเพณีต่อยมวยตับจาก ประเพณีพระทรายวันไหลบางแสน ประเพณีไอ้เมฆอีหมอกและประเพณีการทายโจ๊ก
ดูพิกัด
ได้เรียนรู้มาจากตาและยาย เนื่องจากมีอาชีพสานเข่งหวายมาก่อน ได้ฝึกฝนมาเป็นระยะเวลาประมาณ 8 ปี จนเกิดความชำนาญ เป็นวิทยากรประจำศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีประจำตำบลพลวงทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี
ดูพิกัด
เริ่มแรกไปฝึกงานที่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ประมาณ 1 ปี ต่อมาได้รับการสนับสนุนทุนทรัพย์ จากบิดามารดานำมาซื้ออุปกรณ์สร้างเรือนเพาะชำกล้วยไม้ต่อมาเปลี่ยนเป็นไม้ประดับมีการพัฒนาปรับปรุงจนประสบ ความสำเร็จ
ดูพิกัด
นายสมบัติ กาญจนา เกิดเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2487 ที่อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ปัจจุบันอายุ 58 ปี เป็นผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์งานการเกษตรให้ก้าวหน้า ด้วยวิทยาการที่ทันสมัย สร้างผลผลิตและรายได้ที่พอเพียงแก่ตนเอง ครอบครัว อีกทั้งช่วยเหลือ เกื้อกูล เกษตรกรด้วยกันให้สามารถสร้างฐานะสร้างงานมีอาชีพที่มั่นคงผลผลิตงดงาม มีรายได้ตลอดปี ได้รับการยกย่องให้เป็นประธานกลุ่มดำเนินการด้านการเกษตรหลายรูปแบบ จึงเป็นที่รู้จักของชุมชน หน่วยงานต่าง ๆ ในอำเภอและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นอย่างดี ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี โรงเรียนชลกันยานุกูล จึงสมควรยกย่องเชิดชูเกียรติให้นายสมบัติ กาญจนา เป็นผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม สาขาการเกษตร ประจำปี พ.ศ.2544
ดูพิกัด
ในช่วงวันเข้าพรรษา ชาวสัตหีบผู้มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ได้ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น โดยสภาวัฒนธรรมอำเภอสัตหีบร่วมกับอำเภอสัตหีบ เทศบาลเมืองสัตหีบ ได้จัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย ซึ่งภาคเอกชน หน่วยงานของรัฐต่างๆ ได้ให้ความร่วมมือ ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติของประเพณี (บางประเพณีอาจจะมีพิธีกรรมด้วย)เวลาทำพิธี วันแรก เวลา ๑๖.๐๐ น. พิธีหล่อเทียน วันที่สองเวลา ๐๘.๐๐ น. ขบวนแห่รถต้นเทียน มีการแสดงวัฒนธรรมของเยาวชน เวลา ๐๙.๐๐ น. นายอำเภอกล่าวเปิดงาน เจ้าอาวาสวัดสัตหีบกล่าวสัมโมทนียคาถา คุณค่า (ประโยชน์) ของประเพณีที่มีต่อชุมชน - อนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมไทย - สร้างความสามัคคีในองค์กรต่างๆ - จรรโลงไว้ซึ่งพระบวรพระพุทธศาสนา
ดูพิกัด
เป็นอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งสำหรับทำนา ดำนา ใช้แรงควายคู่เป็นกำลังลากไป ตำบลวัดโบสถ์เป็นที่ลุ่มมาก่อน ก่อนที่จะหว่านกล้าจะไถนาเสียก่อนแล้วจึงใช้คราดเกลี่ยดินให้ละเอียด ก่อนดำนาก็จะมีการเตรียมพื้นที่ด้วยไถและคราดนี้เช่นเดียวกัน ปัจจุบันแม้จะเปลี่ยนเป็นนาหว่านแล้ว “คราดนา” ก็ยังมีบทบาทในการปรับดินให้พร้อมที่จะเป็นนาหว่านได้อีกด้วย เป็นสมบัติของวัดโบสถ์ ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี พระสงฆ์ในวัดร่วมกับชาวบ้านจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นที่รวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้เก่าๆของชาวบ้านในตำบลวัดโบสถ์และพื้นที่ใกล้เคียงตั้งแต่สมัยโบราณที่พอหาได้มาเก็บรักษาไว้ให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้ศึกษาค้นคว้า นับเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านของบรรพบุรุษไทยส่วนหนึ่ง
ดูพิกัด
หอสวดมนต์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๐ ลักษณะเป็นเรือนไม้แบบขนมปังขิง ๒ ชั้น ผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดความกว้าง ๘ เมตร ความยาว ๑๔ เมตร หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ชายคามีครีบไม้ฉลุลายตกแต่ง หน้าจั่วทางด้านตะวันออกและตะวันตกมีไม้แกะสลักเป็นตราพระมหาพิชัยมงกุฎ และราชสีห์อัญเชิญฉัตร ๕ ชั้น อยู่ด้านข้าง ตกแต่งทั้งสองด้าน ตัวอาคารยกพื้นสูงมีการก่ออิฐถือปูนเป็นห้องด้านล่าง ชั้นแรกของหอสวดมนต์ ฝาเป็นไม้กระดานตีชิดแนวนอน มีช่องหน้าต่างจำนวนมาก บานหน้าต่างไม้แบบเปิดออกด้านเดียวชั้นบนมีเฉลียงรอบตัวอาคาร เสาและลูกกรงระเบียงเป็นไม้กลึงขนาดเล็กตกแต่งอย่างงดงาม ฝาเป็นไม้กระดานตีทับแนว นอนมีคอสองเป็นช่องลมลายฉลุ ทางด้านตะวันออกและตะวันตกมีประตูเข้า-ออก ด้านละ ๒ ประตู ด้านเหนือ-ใต้มีประตูเข้า-ออก ด้านละ ๓ ประตู บานประตูไม้ กรอบวงกบประตูด้านบนมีช่องแสงกระจก
ดูพิกัด
สร้างเสร็จในปี พ.ศ.2480 เป็นวัดในพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน สังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทยแห่งแรกของชลบุรีซึ่งเป็นศาสนสถานเก่าแก่อันสง่างาม ภายในมีพระอุโบสถทรงเจดีย์ 7 ชั้น ประดิษฐานพระปฎิมาพระบรมศาสดาศากยมุนีพุทธเจ้า ยอดเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ มีวิหารพระรัตนตรัยนับเป็นวัดในนิกายมหายานแห่งที่ 3 ของไทย
ดูพิกัด
วัดเทพประสาท ตั้งอยู่ที่ บ้านเตาถ่าน ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 18 ไร่ 2 งาน วัดนี้ ตั้งเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2508 โดยนายสุรินทร์ อุ่นโอสถ ปลัดอำเภอสัตหีบ เป็นผู้ถวายที่ดินสำหรับสร้างวัด จำนวน 18 ไร่ 2 งาน และเริ่มทำการก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2497 ได้รับหรังสืออนุญาตให้สร้างวัด เมื่อ พ.ศ.2506 ชาวบ้านเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดเตาถ่าน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2509 ปัจจุบันมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอน
ดูพิกัด
วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารเป็นวัดประจำในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมายุครบ 5 รอบ ด้วยบริเวณวัดตั้งอยู่ที่ราบเชิงเขา ทำให้วัดนี้มีบรรยากาศที่ร่มรื่นดูเป็นธรรมชาติ ด้วยต้นไม้ใหญ่นานาพรรณ ภายในวัดมีสถานที่น่านใจหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น พระอุโบสถ พระมาหามณฑปพระพุทธบาท ภปร.สก. พระเจดีย์พุทธคยา วิหารพระศรีอริยเมตไตรยและอื่นๆ สิ่งที่เป็นจุดเด่นน่าสนใจคือ พระบรมธาตุเจดีย์มาหาจักรีพิพัฒน์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมและสักการะได้อย่างใกล้ชิด วัดญาณสังวราราม มีเนื้อที่กว้างขวางถึง 366 ไร่ แยกซ้ายจากถนนสุขุมวิทตรง กม. 160 ไปอีก 5 กิโลเมตร เป็นวัดที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 เพื่อถวายสมเด็จพระญาณสังวรฯ สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน และต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ การเดินทางมายังวัดจากหาดจอมเทียนหรือพัทยา ใช้ ถ. สุขุมวิทไปทาง อ. สัตหีบ ผ่านทางเข้าชุมชนบ้านอำเภอไปราว 2 กม. จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามป้ายบอกทางไปวัดญาณฯ อีก 5 กม.
ดูพิกัด
เป็นวัดเก่าแก่อยู่คู่กับชุมชนหนองรี ตั้งเมื่อ พ.ศ.2467 ในพระอุโบสถมีภาพพุทธประวัติพร้อมคำสอนต่างๆ ด้านบนของผนังโบสถ์มีลวดลายในการเขียนงดงาม อีกทั้งยังมีวัดยังมีเจดีย์บรรจุอัฐิของเจ้าอาวาสรุ่นแรกๆ ไว้ให้ประชาชนกราบไหว้อีกด้วย สระน้ำของวัดนี้เดิมเป็นหนองน้ำวงรีมีน้ำขังตลอดปีอันเป็นที่มาของชื่อ ต.หนองรี
ดูพิกัด
สถานที่พักผ่อน กิจกรรมสนุกๆ สำหรับครอบครัวและเพื่อนฝูง
ดูพิกัด
โรงแรมระดับ 3-ดาว แห่งนี้ให้บริการห้องพัก 8 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นยอด ห้องพักทุกห้องของที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีคอฟฟี่ช็อป บริการซักรีดซักแห้ง รูมเซอร์วิส 24 ชั่วโมง และที่จอดรถ เพื่อเติมเต็มการพักผ่อนของลูกค้าให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แขกผู้เข้าพักจะได้ออกกำลังกายและผ่อนคลายไปกับบริการนวด ด้วยการให้บริการและต้อนรับด้วยไมตรีจิต จึงรับประกันได้ว่าท่านจะพึงพอใจกับการเข้าพักที่แรบบิส์ เอลิเฟ้นท์ บาร์& เกสท์เฮ้าส์
ดูพิกัด
สถานที่ราชการ
ดูพิกัด
เชิญนั่งเอนหลังพักผ่อนที่หนึ่งในห้องพักทั้ง 5 ห้อง ซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายของลูกค้าเป็นหลัก ห้องพักทุกห้องของที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีร้านอาหาร บริการซักรีด/ซักแห้ง ที่โรงแรมจัดเตรียมไว้บริการ ผู้เข้าพักสามารถใช้บริการ สวน สปา เพื่อการออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจ โรงแรมได้ผสมผสานการบริการอย่างเชี่ยวชาญกับสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันเพื่อสร้างความทรงจำอันน่าประทับใจ
ดูพิกัด
อาหารอร่อย บรรยากาศดี ดนตรีไพเราะ
ดูพิกัด
ติดต่อเรา

สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
๖๖๖ ชั้น ๒๐ ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

โทรศัพท์ ๐ ๒๔๒๒ ๘๘๙๕-๙๙,๐ ๒๔๒๒ ๘๙๐๑
โทรสาร ๐ ๒๔๒๒ ๘๙๐๒
สนับสนุนโดย
© Copyright 2012 - 2020 All rights reserved : Ministry of Culture Thailand